ReadyPlanet.com
dot
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletพระราชบัญญัติ
bulletความรู้กฎหมาย
bulletสำนัก,ทนาย,ทนายความ
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletปรึกษากฎหมาย
bulletวิชาชีพทนายความ
bulletข้อบังคับสภาทนายความ
bulletคำพิพากษาฎีกา
bulletเช่าซื้อขายฝากซื้อขาย
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletเกี่ยวกับ วิ.แพ่ง
bulletคดีเกี่ยวกับวิ.อาญา
bulletคำพิพากษารวม
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletการสิ้นสุดการสมรส
dot
Newsletter

dot




รางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล สินสมรสหรือสินส่วนตัว

ทนายความ

(ยินดีให้คำปรึกษากฎหมาย ติดต่อทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.0859604258

ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th )

 

รางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล สินสมรสหรือสินส่วนตัว
สามีซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อต้นเดือนกันยายน และได้จดทะเบียนสมรสกันเมื่อปลายเดือนกันยายน ถูกรางวัลที่ 1 ในวันที่ 1 ตุลาคม มีคำถามว่า เงินที่ได้มาจากการถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นสินส่วนตัวของสามีหรือไม่ เพราะสามีอ้างว่าขณะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสใช้เงินสินส่วนตัวซื้อ สามีภริยาต้องมามีเรื่องบาดหมางมีปากเสียงกันเพราะเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ จนสามีกับภริยาเก่าซึ่งจดทะเบียนหย่าไปก่อนที่จะได้จดทะเบียนกับภริยาใหม่ ต้องไปร้องต่อศาลขอให้ศาลมีคำสั่งให้การจดทะเบียนหย่าของตนเป็นโมฆะ และทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเพื่อจะนำคำพิพากษาตามยอมมายันการจดทะเบียนสมรสกับภริยาใหม่ว่าเป็นการสมรสซ้อน แต่ก็ไม่ได้ผลเพราะการจดทะเบียนสมรสในครั้งหลังได้ทำในขณะที่การจดทะเบียนหย่าของภริยาเดิมมีผลตามกฎหมายไปแล้ว
 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่  1053/2537
 
           โจทก์บรรยายฟ้องโดยระบุว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อวันที่อะไร ประจำงวดใด และได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลขณะที่โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายและอ้างเหตุจำเป็นในการที่โจทก์ขอเป็นผู้จัดการเงินรางวัลที่จำเลยถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลแต่ผู้เดียวเอาไว้ ฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับแล้ว ส่วนการที่โจทก์จำเลยจะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไหนจากใคร เป็นเพียงรายละเอียดที่สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ และจำเลยเองก็เข้าใจข้อหาโจทก์ดีสามารถต่อสู้คดีโจทก์ได้ถูกต้อง ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม แม้ภรรยาเดิมของจำเลยจะฟ้องเพิกถอนการหย่า และศาลมีคำพิพากษาตามยอมให้เพิกถอนการจดทะเบียนหย่าแล้วก็ตาม แต่เป็นการทำภายหลังจากที่โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมายแล้ว การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงไม่เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519 มาตรา 1496 ประกอบด้วยมาตรา 1452 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น จำเลยใช้เงินของจำเลยซื้อสลากกินแบ่งฯ ก่อนสมรสกับโจทก์สลากกินแบ่งฯ ออกรางวัลหลังจากที่โจทก์จำเลยสมรสกันแล้ว และถูกรางวัล เงินรางวัลที่จำเลยได้รับมาจากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลระหว่างสมรสถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสย่อมเป็นสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่พ.ศ. 2519 มาตรา 1474(1) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่พ.ศ. 2519 มาตรา 1485 บัญญัติว่าสามีหรือภริยาอาจร้องขอต่อศาลให้ตนเป็นผู้จัดการสินสมรสโดยเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเข้าร่วมจัดการในการนั้นได้ ถ้าการที่จะทำเช่นนั้นจะเป็นประโยชน์ยิ่งกว่าเป็นข้อยกเว้นจากหลักทั่วไป เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาก่อนสมรสกันไว้ เงินรางวัลที่เหลือฝากในธนาคารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสินสมรส โจทก์จำเลยย่อมเป็นผู้จัดการสินสมรสร่วมกันอยู่แล้วกรณีจึงไม่มีเหตุจำเป็นใด ๆ ที่โจทก์จะเป็นผู้จัดการเงินรางวัลดังกล่าวเพียงผู้เดียวแต่อย่างใด
 
มาตรา 1452  ชายหรือหญิงจะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่ไม่ได้

มาตรา 1474  สินสมรสได้แก่ทรัพย์สิน
(1) ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส
(2) ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือเมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส
(3) ที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว
ถ้ากรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินอย่างหนึ่งเป็นสินสมรสหรือมิใช่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส

มาตรา 1485  สามีหรือภริยาอาจร้องขอต่อศาลให้ตนเป็นผู้จัดการสินสมรสโดยเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเข้าร่วมจัดการในการนั้นได้ ถ้าการที่จะทำเช่นนั้นจะเป็นประโยชน์ยิ่งกว่า

มาตรา 1496  คำพิพากษาของศาลเท่านั้นที่จะแสดงว่า การสมรสที่ฝ่าฝืนมาตรา 1449 มาตรา 1450 และมาตรา 1458 เป็นโมฆะ
คู่สมรส บิดามารดา หรือผู้สืบสันดานของคู่สมรสอาจร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสเป็นโมฆะได้ ถ้าไม่มีบุคคลดังกล่าว ผู้มีส่วนได้เสียจะร้องขอให้อัยการเป็นผู้ร้องขอต่อศาลก็ได้
________________________________
 
          โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายโจทก์จำเลยได้ร่วมกันซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลและถูกรางวัลที่ 1ได้รับรางวัลเป็นเงินทั้งสิ้น 12,000,000 บาท ฉะนั้นเงินดังกล่าวจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์จำเลย และเป็นสินสมรสที่โจทก์จำเลยต้องร่วมกันจัดการ จำเลยฉวยโอกาสโดยพลการยักย้ายเงินรางวัลตลอดจนจำหน่ายจ่ายโอนและยกให้โดยเสน่หาแก่ผู้มีชื่ออื่น ๆ เป็นจำนวนมากเพื่อประโยชน์ของจำเลยฝ่ายเดียวโดยปราศจากความยินยอมจากโจทก์และการยกให้ดังกล่าวมิได้เป็นไปตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีหรือทางสมาคม ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์พยายามห้ามปรามและขอร้องให้จำเลยระงับการจัดการเงินรางวัลไว้พลางก่อน จำเลยก็ไม่ยอมและถือเป็นสาเหตุโกรธเคือง ทำให้เกิดมีข้อพิพาทบาดหมางระหว่างกันบ่อยครั้งเรื่อยมา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อไป ขอให้บังคับจำเลยโดยให้โจทก์แต่ผู้เดียวเป็นผู้จัดการเงินที่ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าวซึ่งเป็นสินสมรสและห้ามจำเลยเป็นผู้จัดการต่อไป หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

          จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและสลากกินแบ่งรัฐบาลรายพิพาท จำเลยก็เป็นผู้ซื้อมาแต่ลำพังผู้เดียวก่อนวันจดทะเบียนสมรสกับโจทก์โดยโจทก์ไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องด้วยสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือเงินรางวัลจึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่มีอยู่ก่อนสมรส จำเลยย่อมมีสิทธิจัดการได้ ทั้งได้นำเงินรางวัลไปแจกจ่ายให้บิดามารดาผู้มีอุปการะคุณและทำบุญบ้าง ส่วนที่เหลือฝากไว้ในธนาคารในนามของจำเลย โดยโจทก์เองไม่เคยทักท้วงเรื่องนี้และการจดทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์จำเลยก็เป็นโมฆะเพราะขณะนั้นจำเลยมีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อนแล้ว จำเลยจดทะเบียนสมรสกับโจทก์เนื่องมาจากความสัมพันธ์ทางชู้สาว และโจทก์ได้ติดตามขู่เข็ญเรียกค่าเสียหายจากจำเลยจำนวน 500,000 บาทหรือให้จดทะเบียนสมรสกับโจทก์ มิฉะนั้นจะร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชา จำเลยเกรงกลัวจะเสื่อมเสียชื่อเสียงและไม่มีเงิน จึงได้ยอมจดทะเบียนสมรสให้โจทก์โดยตกลงว่า หากจำเลยมีเงินชดใช้ค่าเสียหายให้แล้ว โจทก์จะจดทะเบียนหย่าให้ ครั้นจำเลยถูกรางวัลที่หนึ่งสลากกินแบ่งรัฐบาลจึงได้จ่ายค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 500,000 บาท แต่โจทก์ผิดข้อตกลงไม่ยอมจดทะเบียนหย่าให้จำเลย และกลับเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จำเลยไม่ยินยอม โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องศาลโดยไม่สุจริตขอให้ยกฟ้องและมีคำพิพากษาว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์จำเลยเป็นโมฆะไม่มีผลตามกฎหมาย

          โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ก่อนจดทะเบียนสมรสกับจำเลย จำเลยได้หย่าขาดกับภรรยาเก่าผู้มีชื่อไปแล้ว จึงได้ชอบพอรักใคร่กับโจทก์และยินยอมเป็นสามีของโจทก์โดยเปิดเผยปราศจากการข่มขู่ใด ๆทั้งสิ้น โจทก์ไม่เคยขอความช่วยเหลือและไม่เคยข่มขู่เรียกค่าเสียหายจากจำเลย ขอให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย

          ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ และยกฟ้องแย้งของจำเลย
          โจทก์และจำเลยอุทธรณ์
          ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยยอมให้โจทก์จัดการทรัพย์สินสมรสเฉพาะเงินที่ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลตามฟ้องแต่เพียงลำพังผู้เดียวจำนวน 3,000,000 บาท หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

          โจทก์และจำเลยฎีกา
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาข้อแรกที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยอ้างว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้ละเอียดว่าโจทก์ได้ร่วมกับจำเลยซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไหน จากผู้ใด ซื้อเมื่อวันที่อะไร ก่อนหรือหลังวันจดทะเบียนสมรส โจทก์หรือจำเลยเป็นผู้เลือกหมายเลขสลาก โจทก์จำเลยจ่ายค่าซื้อสลากคนละเท่าใด จึงทำให้จำเลยไม่อาจเข้าใจข้อหาของโจทก์ได้ถูกต้องยากแก่การยื่นคำให้การต่อสู้คดี ทั้งคำฟ้องว่าเงินรางวัลที่จำเลยถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นสินสมรสที่โจทก์จะต้องร่วมกันจัดการ แต่คำขอท้ายฟ้องโจทก์ขอเป็นผู้จัดการเงินสินสมรสเพียงผู้เดียว ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องซึ่งเป็นการขัดแย้งกันเกี่ยวกับคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้อง เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อประมาณปลายเดือนกันยายน 2531 โจทก์จำเลยได้ร่วมกันซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำงวดวันที่ 1 ตุลาคม 2531 หมายเลข 1105967 ทั้งชุดรวม 4 ฉบับและถูกรางวัลที่ 1 ได้รับรางวัลเป็นเงินทั้งสิ้น 12,000,000 บาทฉะนั้นเงินดังกล่าวจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์จำเลย และเป็นสินสมรสที่โจทก์จำเลยต้องจัดการร่วมกัน แต่ปรากฏว่าจำเลยจัดการเงินสมรสดังกล่าวไปในทางที่เสียหาย จึงให้ศาลบังคับจำเลยให้โจทก์แต่ผู้เดียวเป็นผู้จัดการเงินที่ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว ดังนั้นฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับแล้ว โดยระบุว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อวันที่อะไร ประจำงวดใด และได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลขณะที่โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย และอ้างเหตุจำเป็นในการที่โจทก์ขอเป็นผู้จัดการเงินรางวัลที่จำเลยถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลแต่ผู้เดียวเอาไว้ ส่วนการที่โจทก์จำเลยจะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไหนจากใคร เป็นเพียงรายละเอียดที่สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ และจำเลยเองก็เข้าใจข้อหาโจทก์ดีสามารถต่อสู้คดีโจทก์ได้ถูกต้องทุกประการ ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม

          ปัญหาข้อที่สองที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า การสมรสระหว่างโจทก์จำเลยมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าที่นางสุจินดามาฟ้องเพิกถอนการหย่าเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2532 และทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันให้เพิกถอนการจดทะเบียนหย่าซึ่งศาลจังหวัดนนทบุรีก็ให้เพิกถอนการหย่าไปแล้ว เป็นการทำภายหลังที่โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมายแล้วพฤติการณ์ของนางสุจินดากับจำเลยที่กระทำดังกล่าวไม่อาจฟังได้ว่าการสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519มาตรา 1496 ประกอบด้วยมาตรา 1452 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว

          ปัญหาข้อที่สามตามฎีกาของจำเลยมีว่า เงินรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นสินสมรสหรือไม่ โจทก์รับว่าก่อนที่โจทก์จำเลยจะจดทะเบียนสมรสกันประมาณกลางเดือนกันยายน 2531 โจทก์จำเลยไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ จำเลยใช้เงินของจำเลยซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล 3 ชุด ๆ ละ 88 บาท ซึ่งจะออกรางวัลประจำงวดวันที่ 1 ตุลาคม 2531 ดังนั้นสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งสามชุด จึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลยเพราะเป็นทรัพย์สินที่จำเลยมีอยู่ก่อนสมรส ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519มาตรา 1471(1) ต่อมาเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2531 โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ครั้นถึงวันที่ 1ตุลาคม 2531 สลากกินแบ่งรัฐบาลเลขที่ 1105967 ซึ่งจำเลยซื้อมาดังกล่าว ถูกรางวัลที่ 1 และจำเลยได้รับเงินรางวัลจำนวน 12 ล้านบาทมาระหว่างสมรส เงินรางวัลที่จำเลยได้รับมาจากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสย่อมเป็นสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่พ.ศ. 2519 มาตรา 1474(1)

          ปัญหาสุดท้ายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์สมควรเป็นผู้จัดการสินสมรสคนเดียวหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ขอเป็นผู้จัดการเงินรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาลเพียงผู้เดียวนี้เป็นการร้องขอตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519 มาตรา 1485 ที่บัญญัติว่า สามีหรือภริยาอาจร้องขอต่อศาลให้ตนเป็นผู้จัดการสินสมรสโดยเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเข้าร่วมจัดการในการนั้นได้ ถ้าการที่จะทำเช่นนั้นจะเป็นประโยชน์ยิ่งกว่า อันเป็นข้อยกเว้นจากหลักทั่วไป แต่การที่โจทก์จะขอเป็นผู้จัดการเงินรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาลเพียงผู้เดียวนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยมิได้จัดการเกี่ยวกับเงินที่ถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาลไปในทางเสียหายแต่อย่างใด จำเลยได้ใช้จ่ายให้ญาติพี่น้องและบิดามารดาของจำเลยเพราะจำเลยเป็นหนี้มาก่อนเงินที่เหลือก็ฝากธนาคารไว้ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขารามอินทรา จำนวน 6,000,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้เป็นส่วนหนึ่งของสินสมรส โจทก์จำเลยย่อมเป็นผู้จัดการสินสมรสร่วมกันอยู่แล้วเพราะไม่ปรากฏว่ามีการทำสัญญาก่อนสมรสเอาไว้ ตามนัยมาตรา 1476 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่พ.ศ. 2519 กรณีจึงไม่มีเหตุจำเป็นใด ๆ ที่โจทก์จะเป็นผู้จัดการเงินรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาลอันเป็นสินสมรสที่จำเลยฝากไว้ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขารามอินทรา เพียงผู้เดียว
          พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
 
 
( สุทธิ นิชโรจน์ - บุญศรี กอบบุญ - เสมอ อินทรศักดิ์ )

          
 
ผู้เช่าไม่อาจเข้าใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่า
ในขณะทำสัญญาเช่ามีบุคคลภายนอกรบกวนขัดสิทธิอยู่ในทรัพย์สินที่เช่าอยู่ก่อนผู้เช่า ทำให้ผู้เช่าไม่อาจเข้าไปใช้ประโชชน์ในทรัพย์สินที่เช่า เมื่อผู้เช่ายังไม่ได้เข้าไปครอบครองหรือรับมอบการครอบครองทรัพย์สินที่เช่า ผู้เช่าจึงยังไม่ได้ถูกโต้แย้งสิทธิ แต่บุคคลภายนอกนั้นโต้แย้งสิทธิของผู้ให้เช่า ดังนั้นผู้เช่าจึงยังไม่มีอำนาจฟ้องบุคคลภายนอกนั้น ทางแก้ของผู้เช่าในเรื่องนี้ก็โดยผู้เช่าต้องขอให้ศาลหมายเรียกผู้ให้เช่าเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมในคดีฟ้องขับไล่
http://www.peesirilaw.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538796611&Ntype=23

 


สั่งจ่ายเช็คหลังคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์มีผลอย่างไร?
การออกเช็คเพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืมและหนี้นั้นเกิดขึ้นภายหลังจากที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วจะมีผลต่อมูลหนี้ของลูกหนี้หรือผู้ออกเช็คอย่างไรบ้าง? เรื่องนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการที่ลูกหนี้ออกเช็คโดยไม่ได้กระทำการตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ จึงเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย มูลหนี้เงินกู้ตามเช็คตกเป็นโมฆะไม่สามารถบังคับได้ตามกฎหมาย
http://www.peesirilaw.com/พระราชบัญญัติล้มละลาย/คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์-ห้ามมิให้ลูกหนี้.html

 


สัญญาที่ทำขึ้นโดยไม่มีเจตนาแท้จริงให้ผูกพันกัน
สัญญาซื้อขายบ้านและที่ดินพิพาทเป็นสัญญาที่ทำขึ้นโดยไม่มีเจตนาแท้จริงให้ผูกพันกัน เป็นการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กันระหว่างโจทก์และจำเลย เพื่อให้โจทก์นำที่ดินและบ้านพิพาทไปจำนองเป็นประกันหนี้กู้ยืมต่อธนาคาร และให้จำเลยทำสัญญาเช่าเพื่อเป็นประกันการผ่อนชำระหนี้แก่ธนาคาร สัญญาซื้อขายและสัญญาเช่าดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2952/2554)
http://www.peesirilaw.com/นิติกรรม/แสดงเจตนาลวง-นิติกรรมอำพราง.html


ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความลีนนท์  พงษ์ศิริสุวรรณ  โทร. 0859604258  *  www.peesirilaw.com  *

http://www.peesirilaw.com/เกี่ยวกับกฎหมาย/สำนักงานทนายความ-รับปรึกษากฎหมาย-0859604258.html

 




บรรพ 5 ครอบครัว

มีชื่อในสูติบัตรว่าเป็นบิดายังไม่เพียงพอ
คดีครอบครัวและมรดกของผู้นับถือศาสนาอิสลามสี่จังหวัด
สมัครใจและเต็มใจที่จะจดทะเบียนสมรสกัน
เรียกค่าทดแทนจากภริยานอกกฎหมาย
มอบสัญญาเงินกู้เป็นของหมั้น สัญญาจะให้ทรัพย์สินเป็นของหมั้น
ไม่มีเจตนาจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย เงินที่มอบให้ไม่ใช่ของหมั้นและสินสอด
แต่งงานแล้วหญิงไม่ยอมร่วมหลับนอน
สินสมรสตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย
การสมรสฝ่าฝืนมาตรา 1458 เป็นโมฆะ
การแบ่งสินสมรสตามกฎหมายเดิม



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ ติดต่อทนายความลีนนท์ lawyerleenont.com 085 960 4258 , เบอร์สำนักงาน 02 984 4258 แฟกซ์ 02 984 45204 สถานที่ตั้งสำนักงาน เลขที่ 34/159 หมู่ 8 ถนนประชาชื่น ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 สำหรับแผนที่การเดินทางคลิ๊กที่ "ที่ตั้งสำนักงาน" ด้านบนสุด ทนายความ ทนาย สำนักงานกฎหมาย สำนักงานทนายความ ปรึกษากฎหมายฟรี ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ