| มาตรา 73 กองทุนสวัสดิการทนายความ
หมวด 8
กองทุนสวัสดิการทนายความ
มาตรา 73 ให้มีกองทุนสวัสดิการทนายความ ประกอบด้วย
(1) เงินที่สภาทนายความจัดสรรให้เป็นประจำปี
(2) ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ และ
(3) ดอกผลของ (1) และ (2)
ทนายความที่ได้รับความเดือดร้อนหรือทายาทของทนายความที่ถึงแก่ความตายซึ่งได้รับความเดือดร้อน มีสิทธิขอรับการสงเคราะห์จากเงินกองทุนสวัสดิการทนายความโดยยื่นคำขอต่อสวัสดิการสภาทนายความ
การสงเคราะห์ การเก็บรักษา และการจ่ายเงินสวัสดิการทนายความให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับ
ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ทนายความ พ.ศ. 2544
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ของทนายความขึ้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือให้บุตรและธิดาของทนายความที่ประสบอุบัติเหตุอย่างร้ายแรง ทุพพลภาพ หรือถึงแก่กรรม เพื่อให้ได้มีค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาต่อไปได้ตามสมควร
อาศัยอำนาจความในมาตรา 27 (3) มาตรา 73 และโดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 คณะกรรมการสภาทนายความ ออกข้อบังคับว่าด้วยกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ของทนายความไว้ ดังต่อไปนี้
หมวด 1 ข้อความทั่วไป ข้อ 1 ให้จัดตั้งกองทุนชื่อว่า กองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ของทนายความ ใช้ชื่อโดยย่อว่า กศบท.
ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ในข้อบังคับนี้
ทนายความ หมายความว่า ผู้ที่สภาทนายความได้รับจดทะเบียนและออกใบอนุญาตให้เป็นทนายความ
คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการดำเนินกิจการของกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ของทนายความ
เงินกองทุน หมายความว่า เงินกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ของทนายความที่สภาทนายความจัดสรรให้ตามข้อบังคับฉบับนี้ และให้หมายความรวมถึงเงินหรือทรัพย์สินอื่นที่มีผู้บริจาคหรืออุทิศให้รวมถึงผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินเช่นว่านั้น
เงินช่วยเหลือ หมายความว่า เงินที่จ่ายจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือ สงเคราะห์บุตร ธิดา ของทนายความภายในกรอบวัตถุประสงค์แห่งข้อบังคับฉบับนี้
ข้อ 4 ให้สำนักงาน กศบท. ตั้งอยู่ ณ ที่ทำการของสภาทนายความ เลขที่ 7/89 อาคาร 10 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และให้เปิดทำการในวันเวลาราชการ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นเป็นการสมควรเพื่อความสะดวกแก่การบริหารจัดการ อาจกำหนดเป็นอย่างอื่นได้
หมวด 2 วัตถุประสงค์ ข้อ 5 การจัดตั้ง กศบท. มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการช่วยเหลือสงเคราะห์แก่บุตร ธิดา ของทนายความให้ได้รับการศึกษาตามสมควรแก่กรณีตามข้อบังคับฉบับนี้
หมวด 3 คณะกรรมการและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
ข้อ 6 ให้คณะกรรมการสภาทนายความแต่งตั้งคณะกรรมการ กศบท. โดยให้มีอำนาจในการจัดการบริหาร และให้มีจำนวนกรรมการซึ่งเป็นทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ไม่เกิน 9 คน โดยให้กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งเลือกประธาน รองประธาน และเลขานุการของคณะกรรมการ
ข้อ 7 ให้กรรมการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี โดยกรรมการที่ออกจากตำแหน่งตามวาระสามารถกลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการได้อีก
ข้อ 8 กรรมการจะพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) พ้นจากการเป็นทนายความ (4) ถูกสั่งพักการใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตทนายความ (5) ศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลสาบสูญ ไร้ความสามารถ เสมือนไร้ความสามารถ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย หรือให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด (6) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ต้องระวางโทษจำคุก เว้นแต่ในความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือเป็นความผิดลหุโทษ
เมื่อมีกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการสภาทนายความแต่งตั้งกรรมการใหม่เข้ามาแทนที่กรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง และให้กรรมการที่เข้าดำรงตำแหน่งอยู่ในวาระเพียงกำหนดระยะเวลาที่กรรมการที่ตนเข้าแทนจะดำรงตำแหน่งจนครบวาระ ข้อ 9 คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ดังนี้ (1) แต่งตั้งและถอดถอนบุคคลใดๆ เป็นผู้จัดการ เจ้าหน้าที่ดูแลกิจการต่างๆ อันเกี่ยวกับการบริหารจัดการ การเงินและการบัญชีของ กศบท. แทนคณะกรรมการ (2) ควบคุมและอนุมัติการเบิกจ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ของ กศบท. (3) จัดการและดำเนินการใดๆ อันเกี่ยวกับ กศบท. ในทางซึ่งไม่ขัดหรือแย้งต่อวัตถุประสงค์ของ กศบท. เพื่อรักษาผลประโยชน์ของกองทุน
ให้ประธานทำหน้าที่ประธานที่ประชุมคณะกรรมการ ในกรณีที่ประธานไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมแทนมติของคณะกรรมการให้ถือตามเสียงข้างมาก ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด และให้ถือมติเป็นที่สุด
ข้อ 10 ให้คณะกรรมการ กศบท. มีอำนาจหน้าที่พิจารณาออกระเบียบวิธีการขอรับเงินช่วยเหลือจาก กศบท. โดยความเห็นชอบคณะกรรมการสภาทนายความ
หมวด 4 เงินช่วยเหลือและวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือ ข้อ 11 ในแต่ละปีให้สภาทนายความพิจารณาจัดสรรเงินสมทบได้แก่ กศบท. ตามจำนวนที่เห็นสมควรรวมทั้งรวบรวมเงินและทรัพย์สินที่ได้มาจากการได้รับบริจาคเพื่อสมทบเข้ากองทุน กศบท. ข้อ 12 ให้คณะกรรมการเก็บรักษาเงินกองทุนโดยนำฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย หรือสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยรับรอง ตามจำนวนและประเภทบัญชีเงินฝากที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 13 ให้บุตร ธิดา ของทนายความหรือผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือจากกองทุนภายใต้บังคับแห่งข้อบังคับนี้
ข้อ 14 ให้ กศบท. พิจารณาให้การช่วยเหลือแก่ บุตร ธิดา ของทนายความที่เจ็บป่วย ถึงแก่กรรมหรือประสบอุบัติภัยอย่างร้ายแรงในการประกอบวิชาชีพทนายความตามจำนวนและกำหนดเวลาที่คณะกรรมการเห็นสมควรภายใต้ข้อบังคับฉบับนี้
ข้อ 15 ให้คณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือจาก กศบท. ให้แก่ บุตร ธิดา ของทนายความตามระเบียบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสภาทนายความ
ข้อ 16[2] บุตร ธิดา ของทนายความซึ่งมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทุนการศึกษาตามข้อบังคับนี้ต้องเป็นผู้ที่ศึกษาในชั้นอนุบาล หรือกำลังจะศึกษาต่อในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรือระดับอุดมศึกษาของสถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชน
ข้อ 17 บุตร ธิดา ของทนายความมีสิทธิขอรับการช่วยเหลือจากเงินกองทุนตามข้อบังคับฉบับนี้ได้ตลอดระยะเวลาที่ทำการศึกษาในสถาบันการศึกษาดังกล่าว สูงสุดในระดับอุดมศึกษา
ข้อ 18 คำขอเพื่อขอรับการช่วยเหลือต้องมีรายละเอียด ดังนี้ (1) ชื่อ ชื่อสกุลของทนายความ และชื่อ ชื่อสกุลบุตร ธิดา ของทนายความประสงค์จะขอรับทุนการศึกษา (2) สถานที่อยู่ (3) รายละเอียดทางการศึกษา (4) ฐานะความเป็นอยู่ปัจจุบันและความจำเป็นที่จะขอรับเงินช่วยเหลือ (5) เหตุแห่งภัยพิบัติ การเจ็บป่วยของทนายความหรือวันที่ทนายความถึงแก่กรรม (6) คำรับรองของประธานทนายความจังหวัด หรือกรรมการสภาทนายความ (7) อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร ข้อ 19 ให้เลขานุการคณะกรรมการหรือบุคคลที่เลขานุการคณะกรรมการมอบหมายสรุปข้อเท็จจริงและเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา
เมื่อคณะกรรมการพิจารณาเสร็จแล้ว ให้ประธานคณะกรรมการหรือผู้ที่ประธานคณะกรรมการมอบหมายเป็นผู้ลงนามในหนังสือแจ้งมติของคณะกรรมการแก่ผู้ขอรับความช่วยเหลือตามระเบียบฉบับนี้
ข้อ 20 การจ่ายเงินกองทุนนี้ให้นำข้อบังคับและระเบียบการจ่ายเงินของสภาทนายความ ว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการเบิกจ่ายเงิน พ.ศ. 2529 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 21 การช่วยเหลือ บุตร ธิดา ของทนายความตามข้อบังคับฉบับนี้ ให้คณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายทางการศึกษาซึ่งได้แก่ค่าเล่าเรียน หนังสือและอุปกรณ์การเรียน รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นใด ซึ่งสถาบันการศึกษาเรียกเก็บ แต่จะต้องไม่เกินกว่าอัตราค่าใช้จ่ายทางการศึกษาที่กำหนดขึ้นโดยกระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัย ในกรณีที่เป็นสถาบันการศึกษาของเอกชนให้ใช้อัตราค่าใช้จ่ายทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัย มาเปรียบเทียบเพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
ข้อ 22 ให้คณะกรรมการจัดทำบัญชีรับจ่ายของเงินกองทุนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสภาทนายความตามที่คณะกรรมการสภาทนายความกำหนด
ประกาศ ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544
สัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ทนายความ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 |