ReadyPlanet.com
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletพระราชบัญญัติ
bulletความรู้กฎหมาย
bulletสำนัก,ทนาย,ทนายความ
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletปรึกษากฎหมาย
bulletวิชาชีพทนายความ
bulletข้อบังคับสภาทนายความ
bulletคำพิพากษาฎีกา
bulletเช่าซื้อขายฝากซื้อขาย
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletเกี่ยวกับ วิ.แพ่ง
bulletคดีเกี่ยวกับวิ.อาญา
bulletคำพิพากษารวม
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletการสิ้นสุดการสมรส
dot
Newsletter

dot




ไม่มีเจตนาเล่นการพนันด้วยจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย

ทนายความโทร0859604258

ภาพจากซ้ายไปขวา ทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ, ทนายความภคพล มหิทธาอภิญญา, ทนายความเอกชัย อาชาโชติธรรม, ทนายความอภิวัฒน์ สุวรรณ

-ปรึกษากฎหมาย ทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

-ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th

-ปรึกษากฎหมายผ่านทางไลน์ ไอดีไลน์  (4) ID line  :

  (1) leenont หรือ (2) @leenont หรือ (3)  peesirilaw  หรือ (4) @peesirilaw

-Line Official Account : เพิ่มเพื่อนด้วย  QR CODE

QR CODE 

 ผู้เสียหายไม่มีเจตนาเล่นการพนันด้วยจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย

จำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกร่วมกันใช้กลอุบายชักชวนโจทก์ร่วมให้นำเงินมาเข้าหุ้นกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกให้ครบ 6,000,000 บาท เพื่อใช้เล่นการพนัน โดยอ้างว่าสามารถร่วมกันเล่นโกงชนะจำเลยที่ 1 ซึ่งอ้างว่าเป็นถ้าแก่อีกคนหนึ่งอันเป็นความเท็จ ความจริงแล้วบุคคลที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 อ้างว่าเป็นเถ้าแก่ไม่มีความประสงค์จะซื้อเตาแก๊สของโจทก์ร่วม การตกลงซื้อขายเตาแก๊สกับโจทก์ร่วมเป็นเพียงกลอุบายให้โจทก์ร่วมไปกับจำเลยที่ 2 และไปพบจำเลยที่ 3 กับพวกแล้วใช้กลอุบายชักชวนให้เล่นการพนันโกงเพื่อเอาชนะจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกมิได้มีเจตนาจะเล่นการพนันเพื่อโกงเอาชนะจำเลยที่ 1 จริง การเล่นการพนันเป็นแผนการหรือกลอุบายอย่างหนึ่งที่จำเลยทั้งสามสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อจะหลอกลวงเอาเงินจากโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมก็มิได้มีเจตนาที่จะไปร่วมเล่นการพนันกับจำเลยทั้งสามมาแต่ต้น แต่เป็นการตกหลุมพรางที่จำเลยทั้งสามกับพวกวางกับดักเอาไว้ โจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่  1335/2552

 
          จำเลยทั้งสามกับพวกมิได้มีเจตนาที่จะเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกัน แต่เป็นแผนการหรือกลอุบายอย่างหนึ่งที่จำเลยทั้งสามสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อจะหลอกลวงเอาเงินจากโจทก์ร่วม ทั้งโจทก์ร่วมมิได้มีเจตนาที่จะไปร่วมเล่นการพนันกับจำเลยทั้งสามมาแต่ต้น การที่โจทก์ร่วมมอบเงินให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกเพื่อเข้าหุ้นเล่นการพนันดังกล่าวเป็นการตกหลุมพรางที่วางกับดักเอาไว้ ถือไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมเข้าร่วมเล่นการพนันกับจำเลยทั้งสามโดยไม่ได้รับอนุญาต อันจะเป็นการร่วมกับจำเลยทั้งสามกระทำความผิดฐานฉ้อโกง โจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยในความผิดฐานฉ้อโกงเงินของโจทก์ร่วม
 
มาตรา 2  ในประมวลกฎหมายนี้
(1) “ศาล” หมายความถึงศาลยุติธรรมหรือผู้พิพากษา ซึ่งมีอำนาจทำการอันเกี่ยวกับคดีอาญา
(2) “ผู้ต้องหา” หมายความถึงบุคคลผู้ถูกหาว่าได้กระทำความผิด แต่ยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาล
(3) “จำเลย” หมายความถึงบุคคลซึ่งถูกฟ้องยังศาลแล้วโดยข้อหาว่าได้กระทำความผิด
(4) “ผู้เสียหาย”  หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง  รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจจัดการแทนได้ ดั่งบัญญัติไว้ในมาตรา 4,5 และ 6
(5)...
 
          โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน 2548 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2548 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามกับพวกอีกหนึ่งคนซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันวางแผนหลอกลวงนายนพรัตน์ผู้เสียหาย เป็นขั้นเป็นตอนและแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยทั้งสามทำทีมาติดต่อขอซื้อเตาแก๊สจากผู้เสียหาย โดยอ้างว่าพวกของจำเลยทั้งสามเป็นเถ้าแก่จะซื้อเตาแก๊สของผู้เสียหายและพาผู้เสียหายไปตกลงซื้อขายเตาแก๊สกันที่ห้องพักภายในโรงแรมไดมอนด์ แล้วจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกร่วมกันใช้กลอุบายชักชวนผู้เสียหายให้นำเงินมาเข้าหุ้นกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกให้ครบ 6,000,000 บาท เพื่อใช้เล่นการพนัน โดยอ้างว่าสามารถร่วมกันเล่นโกงเอาชนะจำเลยที่ 1 ซึ่งอ้างว่าเป็นเถ้าแก่อีกคนหนึ่งอันเป็นความเท็จความจริงแล้วบุคคลซึ่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 อ้างว่าเป็นเถ้าแก่ไม่มีความประสงค์จะซื้อเตาแก๊สของผู้เสียหายแต่อย่างใด การตกลงซื้อขายเตาแก๊สกับผู้เสียหายเป็นเพียงกลอุบายให้ผู้เสียหายไปกับจำเลยที่ 2 และไปพบจำเลยที่ 3 กับพวกแล้วใช้กลอุบายชักชวนให้เล่นการพนันโกงเพื่อเอาชนะจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกมิได้มีเจตนาจะเล่นการพนันเพื่อโกงเอาชนะจำเลยที่ 1 จริง แต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกหลอกลวงผู้เสียหายก็เพื่อให้ผู้เสียหายนำเงินมาเข้าหุ้นเล่นการพนันและจำเลยทั้งสามกับพวกจะได้สมคบกันเล่นโกงผู้เสียหายเพื่อให้แพ้พนันและจากการหลอกลวงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อมอบเงิน 1,100,000 บาท ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกเพื่อเข้าหุ้นเล่นการพนันดังกล่าว แล้วจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกสมคบกันเล่นพนันโดยแกล้งเล่นแพ้พนัน ทำให้จำเลยทั้งสามกับพวกได้เงิน 1,100,000 บาท ของผู้เสียหายไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนเงิน 1,100,000 บาท แก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4628/2548 ของศาลจังหวัดระนอง

          จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 3 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ
          ระหว่างพิจารณา นายนพรัตน์ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

          โจทก์ร่วมและจำเลยที่ 1 ตกลงกันได้ โดยจำเลยที่ 1 จะผ่อนชำระเงินคืนให้โจกท์ร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีชั่วคราวสำหรับจำเลยที่ 1

          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน นับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4628/2548 ของศาลจังหวัดระนอง ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันคืนเงินจำนวน 1,100,000 บาท แก่โจทก์ร่วม
          จำเลยที่ 2 อุทธรณ์
          ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์จำเลยที่ 2
          ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3

          โจทก์ฎีกา
          ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์จำเลยที่ 2

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 หรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังเป็นยุติตามคำฟ้องของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสามกับพวกอีกหนึ่งคนร่วมกันวางแผนหลอกลวงโจทก์ร่วมเป็นขั้นเป็นตอนและแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยทั้งสามทำทีมาติดต่อขอซื้อแก๊สจากโจทก์ร่วมอ้างว่าพวกของจำเลยทั้งสามเป็นเถ้าแก่จะซื้อเตาแก๊สของโจทก์ร่วม และพวกโจทก์ร่วมไปตกลงซื้อขายเตาแก๊สกันที่ห้องพักภายในโรงแรมไดมอนด์ แล้วจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกร่วมกันใช้กลอุบายชักชวนโจทก์ร่วมให้นำเงินมาเข้าหุ้นกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกให้ครบ 6,000,000 บาท เพื่อใช้เล่นการพนัน โดยอ้างว่าสามารถร่วมกันเล่นโกงชนะจำเลยที่ 1 ซึ่งอ้างว่าเป็นถ้าแก่อีกคนหนึ่งอันเป็นความเท็จ ความจริงแล้วบุคคลที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 อ้างว่าเป็นเถ้าแก่ไม่มีความประสงค์จะซื้อเตาแก๊สของโจทก์ร่วมแต่อย่างใด การตกลงซื้อขายเตาแก๊สของโจทก์ร่วมแต่อย่างใด การตกลงซื้อขายเตาแก๊สกับโจทก์ร่วมเป็นเพียงกลอุบายให้โจทก์ร่วมไปกับจำเลยที่ 2 และไปพบจำเลยที่ 3 กับพวกแล้วใช้กลอุบายชักชวนให้เล่นการพนันโกงเพื่อเอาชนะจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกมิได้มีเจตนาจะเล่นการพนันเพื่อโกงเอาชนะจำเลยที่ 1 จริง แต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกหลอกลวงโจทก์ร่วมก็เพื่อให้โจทก์ร่วมนำเงินมาเข้าหุ้นเล่นการพนัน และจำเลยทั้งสามกับพวกจะได้สมคบกันเล่นโกงโจทก์ร่วมเพื่อให้แพ้พนัน และจากการหลอกลวงดังกล่าวทำให้โจทก์ร่วมหลงเชื่อมอบเงิน 1,100,000 บาท ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกเพื่อเข้าหุ้นส่วนการพนันดังกล่าว แล้วจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกสมคบกันเล่นการพนันโดยแกล้งเล่นแพ้พนัน ทำให้จำเลยทั้งสามกับพวกได้เงิน 1,100,000 บาท ของโจทก์ร่วมไป เห็นว่า จำเลยทั้งสามกับพวกมิได้มีเจตนาที่จะเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันแต่อย่างใด แต่การเล่นการพนันเป็นแผนการหรือกลอุบายอย่างหนึ่งที่จำเลยทั้งสามสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อจะหลอกลวงเอาเงินจากโจทก์ร่วม ทั้งโจทก์ร่วมก็มิได้มีเจตนาที่จะไปร่วมเล่นการพนันกับจำเลยทั้งสามมาแต่ต้น การที่โจทก์ร่วมมอบเงินให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกเพื่อเข้าหุ้นเล่นการพนันดังกล่าวเป็นการตกหลุมพรางที่จำเลยทั้งสามกับพวกวางกับดักเอาไว้ ถือไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมเข้าร่วมเล่นการพนันกับจำเลยทั้งสามโดยไม่ได้รับอนุญาต อันจะเป็นการร่วมกับจำเลยทั้งสามกระทำความผิด โจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์จำเลยที่ 2 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจำเลยที่ 2 ของโจทก์และโจทก์ร่วมย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2)

          อนึ่ง จำเลยที่ 1 ได้ชำระเงินคืนให้โจทก์ร่วม 200,000 บาท แล้ว จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดใช้เงินคืนให้โจทก์ร่วมในส่วนนี้อีก”
          พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 3 ปี จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน นับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4628/2548 ของศาลจังหวัดระนอง ให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดคืนเงิน 900,000 บาท แก่โจทก์ร่วม จำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ
 
 
( ไชยยงค์ คงจันทร์ - นพวรรณ อินทรัมพรรย์ - ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์ )
 
 

 


สั่งจ่ายเช็คหลังคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์มีผลอย่างไร?
การออกเช็คเพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืมและหนี้นั้นเกิดขึ้นภายหลังจากที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วจะมีผลต่อมูลหนี้ของลูกหนี้หรือผู้ออกเช็คอย่างไรบ้าง? เรื่องนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการที่ลูกหนี้ออกเช็คโดยไม่ได้กระทำการตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ จึงเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย มูลหนี้เงินกู้ตามเช็คตกเป็นโมฆะไม่สามารถบังคับได้ตามกฎหมาย
http://www.peesirilaw.com/พระราชบัญญัติล้มละลาย/คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์-ห้ามมิให้ลูกหนี้.html

 

 

ขายดาวน์รถยนต์ที่เช่าซื้อมีผลอย่างไร?
เช่าซื้อรถยนต์ยังไม่ทันได้ใช้ก็ขายดาวน์ให้ผู้อื่น เป็นการโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อโดยมีข้อตกลงว่าผู้ซื้อดาวน์จะเป็นผู้ผ่อนชำระค่างวดแทนผู้เช่าซื้อ ต่อมาผู้ซื้อดาวน์ผ่อนไปแค่ 5 งวดก็มีปัญหาการเงินจึงไม่ส่งต่อ นอกจากนี้ยังนำรถยนต์ไปโอนสิทธิการเช่าซื้อให้บุคคลอื่นต่อไปโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าซื้อและผู้เช่าซื้อเดิม ต่อมาไฟแนนซ์หรือผู้ให้เช่าซื้อจึงบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อไม่รู้จะทำอย่างไรจึงไปแจ้งความร้องทุกข์กับ
http://www.peesirilaw.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538796841&Ntype=23

 

 

สัญญาที่ทำขึ้นโดยไม่มีเจตนาแท้จริงให้ผูกพันกัน
สัญญาซื้อขายบ้านและที่ดินพิพาทเป็นสัญญาที่ทำขึ้นโดยไม่มีเจตนาแท้จริงให้ผูกพันกัน เป็นการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กันระหว่างโจทก์และจำเลย เพื่อให้โจทก์นำที่ดินและบ้านพิพาทไปจำนองเป็นประกันหนี้กู้ยืมต่อธนาคาร และให้จำเลยทำสัญญาเช่าเพื่อเป็นประกันการผ่อนชำระหนี้แก่ธนาคาร สัญญาซื้อขายและสัญญาเช่าดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2952/2554)
http://www.peesirilaw.com/นิติกรรม/แสดงเจตนาลวง-นิติกรรมอำพราง.html
http://www.peesirilaw.com/เกี่ยวกับกฎหมาย/สำนักงานทนายความ-รับปรึกษากฎหมาย-0859604258.html

 


รางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล สินสมรสหรือสินส่วนตัว
สามีซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อต้นเดือนกันยายน และได้จดทะเบียนสมรสกันเมื่อปลายเดือนกันยายน ถูกรางวัลที่ 1 ในวันที่ 1 ตุลาคม มีคำถามว่า เงินที่ได้มาจากการถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นสินส่วนตัวของสามีหรือไม่ เพราะสามีอ้างว่าขณะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสใช้เงินสินส่วนตัวซื้อ สามีภริยาต้องมามีเรื่องบาดหมางมีปากเสียงกันเพราะเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ จนสามีกับภริยาเก่าซึ่งจดทะเบียนหย่าไปก่อน
http://www.peesirilaw.com/การจัดการทรัพย์สินของคู่สมรส/สินสมรสหรือสินส่วนตัว.html

 


ปัญหาเรื่องลาภมิควรได้กับฟ้องเรียกทรัพย์คืน
การฟ้องคดีเป็นเรื่องฟ้องเรียกทรัพย์คืนหรือเรื่องลาภมิควรได้? โจทก์(ธนาคาร)คืนเงินให้นายอภิชัยครั้งแรกโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากร้าน เอ.ที.เอ็ม. คอนสตรัคชั่น ส่วนการคืนเงินให้จำเลยในครั้งหลังสั่งจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็คก็ตาม กรณีเป็นเพียงวิธีคืนเงินโดยฝากเข้าบัญชีเงินฝากเท่านั้น การที่โจทก์ใช้สิทธิฟ้องจำเลยให้คืนเงินที่รับไปนั้น เป็นเรื่องที่กล่าวอ้างว่าจำเลยรับเงินไปโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้
http://www.peesirilaw.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538796987&Ntype=61

 


สเปรย์พริกไทยไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ
สเปรย์พริกไทยเป็นสารทำให้น้ำตาไหล (สารเคมีที่ทำให้ตาระคายเคือง น้ำตาไหล เจ็บปวด ตาบอดชั่วคราว) ใช้เพื่อควบคุมการจลาจล ฝูงชน และการป้องกันตัวเอง อันประกอบด้วยการป้องกันตัวจากหมีและหมา โดยสเปรย์พริกไทย ไม่เป็นสารที่ทำให้ตายได้ สารที่ทำหน้าที่ใน สเปรย์พริกไทย คือ capsaicin การออกฤทธิ์ ของสเปรย์พริกไทย เป็นตัวทำให้เกิดการอักเสบ มันจะมีผลในทันที ตาจะปิดลง น้ำหูน้ำตาไหล หายใจลำบาก
http://www.peesirilaw.com/โทษทางอาญา/ไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ.html

 

 

เรียกโฉนดที่ดินคืนจากเจ้าหนี้เงินกู้ยืม
การกู้ยืมเงินที่ผู้กู้นำโฉนดที่ดินให้ยึดถือไว้นั้นเป็นการนำเอาเอกสารสิทธิ์มาเป็นประกันโดยต้องเป็นลูกหนี้กันอยู่ ในวันกู้ยืมเงินตัวโจทก์กับนางอัจฉรียาไปกู้ยืมเงินเจ้าหนี้และทั้งโจทก์และนางอัจฉรียา ก็ได้มอบโฉนดที่ดินของตนให้เจ้าหนี้เพื่อเป็นประกันและได้ลงชื่อในสัญญากู้ยืมเงินไว้คนละฉบับ ต่อมานางอัจฉรียาได้นำที่ดินตีใช้หนี้เจ้าหนี้ไปแล้ว แต่โจทก์มาฟ้องคดีนี้ขอให้เจ้าหนี้คือโฉนดที่ดินให้อ้างว่าโจทก์ไม่ได้เป็นหนี้
http://www.peesirilaw.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538797281&Ntype=18

 


ลูกจ้างส่งภาพโป๊ลามกอนาจารในเวลาทำงาน
นายจ้างไล่ออกลูกจ้างใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของจายจ้างส่งภาพโป๊ลามกอนาจารไปให้เพื่อร่วมงาน นายจ้างไล่ออกโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ต่อมาพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้าง นายจ้างจึงไปฟ้องต่อศาลแรงงานให้เพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ศาลแรงงานพิพากษายกฟ้อง คดีนี้ศาลฎีกา เห็นว่าพฤติการณ์แห่งการกระทำของลูกจ้างยังไม่ถึงกับเป็นกรณีร้ายแรง นายจ้างจะเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้
http://www.peesirilaw.com/กฎหมายแรงงาน/นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย.html

 


บุคคลล้มละลายมีอำนาจฟ้องคดีอาญา
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ขณะยื่นฟ้องคดีนี้โจทก์ยังอยู่ในฐานะเป็นบุคคลล้มละลายที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไปแล้ว โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องในข้อหาบุกรุกได้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483มาตรา 22 (3) และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นอื่นอีกต่อไป พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ลูกหนี้ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์และพิพากษาให้ล้มละลายก็ไม่มีฐานะถึงขนาดจะตกเป็น
http://www.peesirilaw.com/วิธีพิจารณาความอาญา/บุคคลล้มละลายมีอำนาจฟ้องคดีอาญา.html


ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ 0859604258  *  www.peesirilaw.com  *

 




ทั่วไป

ต้องมีผู้พิพากษาอย่างน้อยสองคนจึงเป็นองค์คณะ
อัตราโทษปรับไม่เกินสองแสนบาทเกินอำนาจศาลแขวงพิจารณาพิพากษา
ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงเมื่อสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง
กฎหมายเดิมยกเลิกไปแล้วลงโทษได้หรือไม่?
หลอกลวงผู้เสียหายให้ขายดาวน์รถยนต์
ผู้เช่าซื้อมีอำนาจแจ้งความดำเนินคดีฐานยักยอกได้
บุคคลล้มละลายมีอำนาจฟ้องคดีอาญา
เรียกโฉนดที่ดินคืนจากเจ้าหนี้เงินกู้ยืม
สเปรย์พริกไทยไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ
รับเงินไปโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้
เช็คที่มีผู้แก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อสำคัญ-แก้ไขวันที่
ลูกจ้างจะต้องเลือกใช้สิทธิทางใดทางหนึ่ง ทางศาลแรงงาน หรือพนักงานตรวจแรงงาน
การฟ้องคดีล้มละลาย ข้อสันนิษฐานของกฎหมาย
การยื่นฎีกาเกี่ยวกับคดียาเสพติด
ลงลายมือชื่อรับรองคนต่างด้าว
ผู้ใหญ่บ้านถูกจับยาเสพติดมีโทษจำคุก 3 เท่า
เมาแล้วขับจำคุก 3 ปี โจทก์อ้างบทกฎหมายไม่ครบถ้วน
ความผิดทางอาญาในการใช้เครื่องหมายการค้าของผู้อื่น
อายัดเงินฝากในบัญชี หลักประกันขอปล่อยตัวชั่วคราว
ครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของตนเอง
อำนาจการควบคุมตัวผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน
ไม่ได้บรรยายฟ้องว่ากระทำโดยพลาด
ผู้พิพากษาคนเดียวลงโทษจำคุก 8 เดือนได้หรือไม่?
หากปรากฏว่าคดีก่อนเป็นการฟ้องร้องดำเนินคดีอย่างสมยอมกันสิทธิฟ้องคดีอาญาไม่ระงับ
คำสั่งรับฎีกาของจำเลยไม่ชอบ
ทารกในครรภ์มารดาสามารถมีสิทธิต่าง ๆ ได้
ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
จำเลยให้การรับสารภาพแต่ศาลยกฟ้อง
ความผิดยาเสพติดให้ศาลลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ
ร้านอินเทอร์เน็ตและเกมส์ลงเพลงละเมิดลิขสิทธิ์ในคอมพิวเตอร์
ร้านอาหารตามสั่งเปิดแผ่นวีซีดีแพลงให้ลูกค้าฟัง
คำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ | เงินฌาปนกิจสงเคราะห์
นิติบุคคลเชิดกรรมการเป็นตัวแทนทำหนังสือมอบอำนาจไม่ประทับตราสำคัญ
เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินสินสมรส
คำแถลงการณ์ปิดคดีในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง
พ.ร.บ.ล้างมลทิน กับการเพิ่มโทษจำเลย
การนับอายุของบุคคลให้เริ่มนับแต่วันเกิด
ร้านอาหารเปิดเพลงMP3ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์
ลูกจ้างได้รับประโยชน์ไม่เป็นการที่ต้องรับภาระมากกว่าที่พึงคาดหมายได้ article
ฟ้องบุคคลล้มละลายเป็นคดีแพ่ง article
ทนายความละเมิดอำนาจศาล article
สามีภริยาจดทะเบียนหย่ากันเพื่อประโยชน์ในการเสียภาษี article
บุริมสิทธิพิเศษเหนือสังหาริมทรัพย์
การจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด
พรบ- ล้างมลทินไม่อาจมีผลย้อนหลังได้
ร้องสภาทนายความจัดระเบียบ-ทนายความทวงหนี้
หนี้ที่ต้องห้ามเจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้
สืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา
ฟ้องร้องคดีในลักษณะสมยอม
อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง
สัญญาขายฝากเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญากู้ยืมเงิน
สืบค้นกฎหมาย