ReadyPlanet.com
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletพระราชบัญญัติ
bulletความรู้กฎหมาย
bulletสำนัก,ทนาย,ทนายความ
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletปรึกษากฎหมาย
bulletวิชาชีพทนายความ
bulletข้อบังคับสภาทนายความ
bulletคำพิพากษาฎีกา
bulletเช่าซื้อขายฝากซื้อขาย
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletเกี่ยวกับ วิ.แพ่ง
bulletคดีเกี่ยวกับวิ.อาญา
bulletคำพิพากษารวม
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletการสิ้นสุดการสมรส
dot
Newsletter

dot




การนับเวลา 10 ปีในการบังคับคดี

    

กำหนดเวลา 10 ปีในการบังคับคดีนั้นต้องเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจขอดำเนินการบังคับคดีได้ ในคดีนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความจำเลยตกลงจะเปิดทางภาระจำยอมภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2533 เมื่อครบกำหนดจำเลยไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำขอดำเนินการบังคับคดีวันที่ 12 มีนาคม 2542 จึงยังอยู่ภายในกำหนดเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ 1 กันยายน 2533

       คำพิพากษาศาลฎีกาที่  7823/2542

          ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยที่ 1 จะเปิดทางภาระจำยอมภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2533 ดังนี้ โจทก์ทั้งสี่จะขอบังคับคดีในส่วนนี้ได้หลังวันที่ 31 สิงหาคม 2533 ไปแล้ว กำหนดเวลา 10 ปี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 271 ย่อมเริ่มนับตั้งแต่วันที่โจทก์ทั้งสี่อาจขอดำเนินการบังคับคดีได้ คือวันที่ 1 กันยายน 2533 เป็นต้นไป โจทก์ทั้งสี่ยื่นคำขอดำเนินการบังคับคดีเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2542 ยังไม่เกิน 10 ปี โจทก์ทั้งสี่มีสิทธิขอได้

          คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองเปิดทางภารจำยอมในที่ดินของจำเลยที่ 1 เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม2532 ศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 แล้วในวันเดียวกันโจทก์ทั้งสี่และจำเลยที่ 1 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลว่า จำเลยที่ 1 ยินยอมเปิดทางภารจำยอม ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2533 ให้เฉพาะโจทก์ทั้งสี่และบริวารใช้ศาลพิพากษาตามยอมในวันเดียวกันพร้อมออกคำบังคับ ต่อมาโจทก์ทั้งสี่ยื่นคำร้องว่าจำเลยที่ 1 ไม่เปิดทางภาระจำยอมตามคำพิพากษา ผลที่สุดศาลออกหมายบังคับคดีต่อมาปรากฏตามหนังสือของเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า โจทก์ยื่นคำขอดำเนินการบังคับคดีเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2542 ซึ่งพ้นกำหนด 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา

          ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271ผู้ชนะคดีชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2532 โจทก์ขอบังคับคดีวันที่ 12มีนาคม 2542 เกินกำหนด 10 ปีแล้วไม่ได้

          โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยที่ 1 จะเปิดทางภารจำยอมภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2533 ดังนี้แสดงว่า โจทก์ทั้งสี่จะขอบังคับคดีในส่วนนี้ได้ หลังวันที่ 31 สิงหาคม 2533 ไปแล้ว กำหนดเวลา 10 ปีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ย่อมเริ่มนับตั้งแต่วันที่โจทก์ทั้งสี่อาจขอดำเนินการบังคับคดีได้ คือวันที่ 1 กันยายน 2533 เป็นต้นไปโจทก์ทั้งสี่ยื่นคำขอดำเนินการบังคับคดีเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2542 ยังไม่เกิน10 ปี โจทก์ทั้งสี่มีสิทธิขอได้ คำสั่งศาลชั้นต้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ฟังขึ้น"

          พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีให้แก่โจทก์ทั้งสี่ตามขอ
( ประดิษฐ์ สิงหทัศน์ - กมล เพียรพิทักษ์ - สมชาย พงษธา )
ป.วิ.พ. มาตรา 271

---ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ ลีนนท์ ---  085 960 4258   *  www.peesirilaw.com *  สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ
อ่านคดีมรรยาทนายความ-คลิ๊ก

 

 

หลักประกันในการขอทุเลาการบังคับ
จำเลยที่ 2 นำสมุดเงินฝากมาเป็นหลักประกันในการขอทุเลาการบังคับระหว่างอุทธรณ์ และทำสัญญาค้ำประกันต่อศาลชั้นต้นว่า ถ้าจำเลยแพ้คดีและไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาจำเลยที่ 2 ยอมให้บังคับคดีเอาจากหลักทรัพย์คือสมุดเงินฝากที่นำมาวางศาลนั้น โจทก์จะอ้างว่าเมื่อโจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์และจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์เงินในสมุดเงินฝากตกเป็นของโจทก์โดยปริยายหาได้ไม่ เมื่อโจทก์มิได้บังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 ให้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จนล่วงพ้นระยะเวลา 10 ปี โจทก์ก็ย่อมสิ้นสิทธิบังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนสมุดเงินฝากแก่จำเลยที่ 2 ชอบแล้ว 
  
คำพิพากษาศาลฎีกาที่  5810/2548 (อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่)




การบังคับคดี

ผู้มีอำนาจพิเศษในคดีฟ้องขับไล่ในฐานะคู่สมรส
สิทธิในการบังคับคดี ผู้มีส่วนได้เสีย
สิทธิที่จะบังคับคดีภายในสิบปี