ReadyPlanet.com
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletพระราชบัญญัติ
bulletความรู้กฎหมาย
bulletสำนัก,ทนาย,ทนายความ
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletปรึกษากฎหมาย
bulletวิชาชีพทนายความ
bulletข้อบังคับสภาทนายความ
bulletคำพิพากษาฎีกา
bulletเช่าซื้อขายฝากซื้อขาย
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletเกี่ยวกับ วิ.แพ่ง
bulletคดีเกี่ยวกับวิ.อาญา
bulletคำพิพากษารวม
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletการสิ้นสุดการสมรส
dot
Newsletter

dot




หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง | เหตุฟ้องหย่า

            

 

หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง | เหตุฟ้องหย่า
การที่สามีนำตำรวจไปจับกุมภริยาตามที่บิดาของสามีแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจไว้แล้วว่าภริยาลักทรัพย์ ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทภริยาอย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้ภริยาอ้างเป็นเหตุฟ้องหย่าได้ ภริยาเรียกค่าเลี้ยงชีพอ้างว่าการหย่าทำให้ภริยายากจนลงเนื่องจากไม่มีรายได้จากงานตามที่เคยทำอยู่ในระหว่างสมรส เหตุแห่งการหย่าเป็นความผิดของสามี ๆ จะต้องรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้แก่ภริยา
 
           คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2985/2525            

การที่บิดามารดาจำเลยไปแจ้งความต่อตำรวจกล่าวหาว่าโจทก์ลักทรัพย์แม้จะมิใช่เหตุที่โจทก์จะยกขึ้นอ้างเพื่อฟ้องขอหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับจำเลยก็ตามแต่การที่จำเลยนำตำรวจไปจับกุมโจทก์ตามข้อกล่าวหาของบิดามารดานั้น การกระทำของจำเลยย่อมถือได้ว่าเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นต่อเกียรติยศและชื่อเสียงของโจทก์ อันเป็นการหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามโจทก์อย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1516(3)

โจทก์เพิ่งจะหางานทำได้หลังจากที่แยกกันอยู่กับจำเลยจึงติดใจขอค่าเลี้ยงชีพจากจำเลย จำเลยมิได้นำสืบโต้แย้งเป็นอย่างอื่น กรณีถือได้ว่าการหย่าทำให้โจทก์ยากจนลง เพราะไม่มีรายได้จากการงานตามที่เคยทำอยู่ในระหว่างสมรส เมื่อเหตุแห่งการหย่าเป็นความผิดของจำเลยจำเลยจึงต้องจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1526

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ต่อมาจำเลยประพฤติตนไม่สมควรที่จะเป็นสามีภริยากับโจทก์ โดยจำเลยไม่เอาใจใส่ให้การอุปการะเลี้ยงดูโจทก์และบุตรตามสมควรแต่ฐานานุรูป และกระทำการอันเป็นการทรมานจิตใจโจทก์ทั้งทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงโดยเอาแต่ดื่มสุราไม่ช่วยเหลือการค้าขาย ไม่ร่วมหลับนอนกับโจทก์ เมื่อสอบถามสาเหตุจำเลยกลับด่าโจทก์และลบหลู่ดูหมิ่นเกียรติยศชื่อเสียงและฐานะของโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์ไม่อาจทนอยู่ร่วมกับจำเลยได้อีกต่อไป ขอให้พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันและให้แบ่งสินสมรสกับชำระค่าเลี้ยงชีพและค่าทดแทนให้โจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยอุปการะเลี้ยงดูโจทก์มาโดยตลอดไม่เคยเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยา ไม่เคยดุด่าโจทก์ให้ได้รับความอับอาย นอกจากบางครั้งที่โจทก์ประพฤติตนไม่สมควรและไม่เคยลบหลู่ดูหมิ่นเกียรติยศชื่อเสียงและฐานะของโจทก์ โจทก์จำเลยและบุตรได้รับเงินค่าครองชีพจากบิดามารดาจำเลยเดือนละ 3,000 บาทไม่เคยมีรายได้เป็นสินสมรสถึงขนาดดังที่โจทก์ฟ้อง จึงไม่มีทรัพย์สินเป็นสินสมรสที่จะแบ่งให้โจทก์และโจทก์ไม่เคยมีสินส่วนตัว โจทก์เป็นฝ่ายกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง โดยหมิ่นประมาทและเหยียดหยามจำเลยและบิดามารดาของจำเลยกล่าวหาจำเลยต่อบุคคลอื่นว่าไม่ยอมร่วมหลับนอนกับโจทก์และเป็นบุคคลที่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ทั้งยังด่าว่าบุพการีของจำเลยอย่างร้ายแรงโจทก์ได้ขนย้ายทรัพย์และบุตรหนีออกไปจากบ้านเพื่อจงใจทิ้งร้างจำเลยเกินกว่า1 ปีแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าเลี้ยงชีพตามกฎหมายและจำเลยไม่เคยก่อเหตุใด ๆอันจะต้องเสียค่าทดแทน ขอให้ยกฟ้องโจทก์และบังคับให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันตามฟ้องแย้งของจำเลยกับให้โจทก์แบ่งสินสมรสพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยด้วย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ออกจากบ้านจำเลยเพราะไม่อาจทนการกลั่นแกล้งจากจำเลยและบิดามารดาจำเลยได้ ครั้งสุดท้ายบิดามารดาจำเลยแจ้งให้ตำรวจจับโจทก์ในข้อหาลักทรัพย์ทำให้โจทก์ได้รับความอับอาย โจทก์ไม่ได้จงใจละทิ้งจำเลย ทรัพย์สินที่จำเลยกล่าวอ้างในฟ้องแย้งไม่ใช่สินสมรส ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกัน ให้จำเลยแบ่งสินสมรสกับให้จำเลยจ่ายค่าเลี้ยงชีพแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้อง
             โจทก์ฎีกา

              ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์เข้าไปอยู่บ้านจำเลย บิดามารดาจำเลยดูถูกเหยียดหยามโจทก์เสมือนโจทก์เป็นคนรับใช้ ไม่เคยให้เกียรติโจทก์หลังจากโจทก์พาบุตรออกจากบ้านจำเลยไปอยู่บ้านบิดามารดาโจทก์ที่คลองเตย เมื่อราวกลางเดือนกรกฎาคม 2522 แล้ว ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2522 บิดามารดาจำเลยได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาโจทก์ลักทรัพย์และจำเลยเป็นผู้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปติดตามจับกุมโจทก์มายังสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง โจทก์อ้างว่าทรัพย์ตามที่ถูกกล่าวหาเป็นของหมั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ตกลงกันเองและมารดาจำเลยได้กล่าวต่อหน้าธารกำนัลหาว่าโจทก์หนีตามชู้ซึ่งไม่เป็นความจริง จำเลยมิได้นำสืบโต้แย้งในเรื่องนี้เป็นอย่างอื่น โดยจำเลยและนางเกียงี้ แซ่เบ๊ มารดาจำเลยเบิกความยอมรับว่า จำเลยเป็นผู้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปติดตามจับกุมโจทก์ตามข้อกล่าวหาของบิดามารดาจำเลยศาลฎีกาเห็นว่า แม้ในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำของบิดามารดาจำเลยเช่นที่กล่าวมานี้มิใช่เหตุที่โจทก์จะยกขึ้นอ้างเพื่อฟ้องขอหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากับจำเลยดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์แต่ลักษณะการกระทำของจำเลยที่พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปติดตามจับกุมโจทก์มายังสถานีตำรวจนครบาลพระราชวังตามข้อกล่าวหาของบิดามารดาจำเลยถือได้ว่าเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นต่อเกียรติยศและชื่อเสียงของโจทก์อันเป็นการหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามโจทก์อย่างร้ายแรง เป็นเหตุที่โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา 1516(3) ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเหตุหย่าในข้อนี้ฟังไม่ได้นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น

ส่วนปัญหาเกี่ยวกับค่าเลี้ยงชีพที่จำเลยอ้างว่าโจทก์กล่าวลอย ๆ และไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยจะต้องชำระนั้น ได้ความตามคำเบิกความของโจทก์ว่าโจทก์เพิ่งหางานทำได้เมื่อเดือนมิถุนายน 2523 จึงติดใจขอค่าเลี้ยงชีพจากจำเลยนับจากวันฟ้องเป็นเวลาเพียง 5 เดือน จำเลยมิได้นำสืบโต้แย้งเป็นอย่างอื่น กรณีถือได้ว่าการหย่าทำให้โจทก์ยากจนลงเพราะไม่มีรายได้จากการงานตามที่เคยทำอยู่ในระหว่างสมรสประกอบกับเหตุแห่งการหย่าเป็นความผิดของจำเลยดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้วข้างต้นจึงมีเหตุที่จำเลยจะต้องรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้โจทก์ตามนัยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา 1526
          พิพากษาแก้เป็นให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันกับให้จำเลยแบ่งสินสมรสและจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้โจทก์

           ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1516 เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้
(1) .....
(3) สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่น ประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4) ......

มาตรา 1526 ในคดีหย่า ถ้าเหตุแห่งการหย่าเป็นความผิดของคู่สมรส ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่ฝ่ายเดียว และการหย่านั้นจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งยากจนล เพราะไม่มีรายได้พอจากทรัพย์สิน หรือจากการงานตามที่เคยทำอยู่ระหว่าง สมรส อีกฝ่ายหนึ่งนั้นจะขอให้ฝ่ายที่ต้องรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้ได้ ค่า เลี้ยงชีพนี้ศาลอาจให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้ ให้และฐานะของผู้รับและให้นำบทบัญญัติ มาตรา 1598/39,มาตรา 1598/40 และ มาตรา 1598/41 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
สิทธิเรียกร้องค่าเลี้ยงชีพเป็นอันสิ้นสุด ถ้ามิได้ฟ้องหรือฟ้องแย้งในคดีหย่านั้น
____________________________________
ปรึกษากฎหมาย  ปรึกษาทนายความ ลีนนท์  085 960 4258  *  www.peesirilaw.com  *
สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ




การสิ้นสุดแห่งการสมรส

จดทะเบียนสมรสแต่ไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยา ความสมบูรณ์ของการสมรส
ที่ดินและรถยนต์ภริยากู้ยืมเงินมาซื้อและผ่อนด้วยเงินเดือน
สามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีคนใหม่ยังไม่จดทะเบียนหย่า
สิทธิฟ้องหย่าระงับไปเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี
สิทธิเลือกคู่ครองเมื่อเห็นว่าภริยาไม่เหมาะสมกับตน
ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันให้แบ่งคนละครึ่ง
สามีไม่ค่อยอยู่บ้านก็มิใช่เป็นการประพฤติเสื่อมเสีย
สามีฟ้องหย่าภริยาอ้างเหตุจงใจละทิ้งร้าง
คู่สมรสมีสิทธิบอกล้างได้ในขณะที่ยังเป็นสามีภริยากัน
บันทึกท้ายทะเบียนการหย่า
จดทะเบียนสมรสซ้อน
ฟ้องหย่าเหตุอ้างร้องเรียนผู้บังคับบัญชา
การสมรสที่เป็นโมฆียะ
ให้อภัยสิทธิฟ้องหย่าหมดไป | จงใจละทิ้งร้าง
ร้องเรียนกล่าวโทษสามีต่อผู้บังคับบัญชา | เป็นปฏิปักษ์
การทิ้งร้างกับการสมัครใจแยกกันอยู่
บันทึกข้อตกลงหลังทะเบียนหย่า | การแสดงเจตนาลวง
สัญญาระหว่างสมรส | ข้อตกลงห้ามบอกล้าง