ReadyPlanet.com
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletพระราชบัญญัติ
bulletความรู้กฎหมาย
bulletสำนัก,ทนาย,ทนายความ
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletปรึกษากฎหมาย
bulletวิชาชีพทนายความ
bulletข้อบังคับสภาทนายความ
bulletคำพิพากษาฎีกา
bulletเช่าซื้อขายฝากซื้อขาย
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletเกี่ยวกับ วิ.แพ่ง
bulletคดีเกี่ยวกับวิ.อาญา
bulletคำพิพากษารวม
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletการสิ้นสุดการสมรส
dot
Newsletter

dot




ครูกระทำชำเราศิษย์อายุยังไม่เกินสิบห้าปี

   -ปรึกษากฎหมาย

     ทนายลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

      ทนายเอกชัย อาชาโชติธรรม โทร.083-1378440

   -ปรึกษากฎหมายผ่านทางไลน์ ไอดีไลน์   

   (1) @leenont 

   (2) @peesirilaw  

   (3) 0859604258 เพิ่มด้วยหมายเลขโทรศัพท์

  -Line Official Account : เพิ่มเพื่อน QR CODE

 

ครูกระทำชำเราศิษย์อายุยังไม่เกินสิบห้าปี

คืนเกิดเหตุมีการจัดงานในโรงเรียน การที่จำเลยซึ่งเป็นครูประจำชั้นจูงมือผู้เสียหายอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปต่อหน้าบิดาผู้เสียหายและคนอื่นเป็นการใช้อำนาจของครูต่อผู้เสียหายซึ่งเป็นศิษย์ แม้จะกระทำต่อหน้าศิษย์คนอื่นนอกเวลาเรียนก็ถือว่าศิษย์นั้นอยู่ในความดูแล แล้วจำเลยกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน เป็นการกระทำแก่ ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล ผู้อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่ราชการ

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่  2425/2554

     คืนเกิดเหตุมีการจัดงานในโรงเรียน การที่จำเลยซึ่งเป็นครูประจำชั้นจูงมือผู้เสียหายอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปต่อหน้าบิดาผู้เสียหายและคนอื่นเป็นการใช้อำนาจของครูต่อผู้เสียหายซึ่งเป็นศิษย์ แม้จะกระทำต่อหน้าศิษย์นอกเวลาเรียนก็ถือว่าศิษย์นั้นอยู่ในความดูแล แล้วจำเลยกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคสองและ มาตรา 279 วรรคสองประกอบมาตรา 285 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 277 วรรคสองประกอบมาตรา 285 อันเป็นบทที่โทษหนักที่สุดตามมาตรา 90

มาตรา 277 ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท

การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่าการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นสี่พันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสามได้กระทำโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกัน อันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงหรือกระทำกับเด็กชายในลักษณะเดียวกันและเด็กนั้นไม่ยินยอม หรือได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต

ความผิดตามที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกระทำโดยบุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปีกระทำ ต่อเด็กซึ่งมีอายุกว่าสิบสามปี แต่ยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นยินยอม และภายหลังศาลอนุญาตให้ทั้งสองฝ่ายสมรสกัน ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ ถ้าศาลอนุญาตให้สมรสในระหว่างที่ผู้กระทำผิดกำลังรับโทษในความผิดนั้นอยู่ ให้ศาลปล่อยผู้กระทำความผิดนั้นไป

มาตรา 279 ผู้ใดกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรก ผู้กระทำได้กระทำโดย ขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ใน ภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้เด็กนั้นเข้าใจผิดว่าตน เป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบห้าปี หรือปรับไม่เกิน สามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 285 ถ้าการกระทำความผิดตาม มาตรา 276 มาตรา 277 มาตรา 277 ทวิ มาตรา 277 ตรี
มาตรา 278 มาตรา 279 มาตรา 280 มาตรา 282 หรือ มาตรา 283 เป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดาน ศิษย์ซึ่งอยู่ ในความดูแลผู้อยู่ในความควบคุม ตามหน้าที่ราชการหรือผู้อยู่ในความปกครอง ในความพิทักษ์หรือในความอนุบาล ผู้กระทำต้องระวางโทษหนัก กว่าที่บัญญัติไว้ใน มาตรา นั้น ๆ หนึ่งในสาม
 
โจทก์ฟ้องว่าขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 50, 91, 277, 279, 285, 317 และใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยกับจำเลยโดยห้ามจำเลยประกอบอาชีพหรือวิชาชีพครูมีกำหนด 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษหรือวันปล่อยตัว

  จำเลยให้การปฏิเสธ
          ระหว่างพิจารณา นางสิน  มารดาเด็กหญิงศศิธร ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

   ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสองและมาตรา 279 วรรคสองประกอบมาตรา 285 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 อันเป็นบทที่โทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 12 ปี ฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร มาตรา 317 วรรคสาม จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 17 ปี ส่วนที่โจทก์ขอห้ามจำเลยประกอบอาชีพครูหรือวิชาชีพครูมีกำหนด 5 ปี นับแต่พ้นโทษหรือวันปล่อยตัวนั้น คำขอส่วนนี้ให้ยก

          จำเลยอุทธรณ์
          ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

 จำเลยฎีกา
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในความผิดฐานพรากผู้เยาว์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในส่วนนี้ คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยกระทำความผิดฐานกระทำชำเราผู้เสียหายตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 หรือไม่ โจทก์และโจทก์ร่วมมีผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความ คำให้การในชั้นสอบสวนของพยานตามบันทึกคำให้การของพยานเอกสารหมาย จ.7, จ.8, จ.10, จ.11 และ จ.13 ถึง จ.15 โจทก์และโจทก์ร่วมยังมีร้อยตำรวจโทกามนิต และแพทย์หญิงเพ็ชรรัตน์ เป็นพยานเบิกความได้ความว่า ร้อยตำรวจโทกามนิตเป็นผู้สอบปากคำผู้เสียหายและเพื่อนนักเรียนของผู้เสียหายและถ่ายภาพสถานที่เกิดเหตุกับทำบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุและแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุไว้ตามเอกสารหมาย ป.จ.1 และ จ.3 แพทย์หญิงเพ็ชรรัตน์เป็นผู้ตรวจร่างกายผู้เสียหายตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลเอกสารหมาย ป.จ.2 เห็นว่า ผู้เสียหายเบิกความถึงการกระทำของจำเลยไว้โดยละเอียดเด็กหญิงสุภลักษณ์ เด็กหญิงดรรชนี เด็กหญิงยุพิน เด็กหญิงรำไพ เด็กหญิงจำเรียงและเด็กหญิงสังวาลย์ มาเป็นพยานเบิกความสนับสนุนข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของผู้เสียหาย พยานดังกล่าวต่างเป็นศิษย์ของจำเลยโดยเฉพาะผู้เสียหายเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในความดูแลของจำเลยซึ่งเป็นครูประจำชั้นย่อมเคารพยำเกรงจำเลย ประกอบกับขณะเกิดเหตุผู้เสียหายอายุ 10 ปีเศษ อยู่ในวัยที่รับรู้และเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในการดำเนินคดีแก่จำเลยก็ไม่ปรากฏว่าฝ่ายผู้เสียหายได้เรียกร้องเอาเงินหรือทรัพย์สินจากจำเลยแต่อย่างใด จึงไม่มีเหตุผลที่ผู้เสียหายจะคิดปรุงแต่งเรื่องขึ้นกล่าวหาจำเลยในข้อหาร้ายแรงเช่นนั้น ซึ่งมีแต่ความเสื่อมเสียและอับอายทั้งยังต้องเสียเวลาในการดำเนินคดีอีกด้วย เชื่อว่าผู้เสียหายให้การและเบิกความไปตามความจริง เหตุที่ผู้เสียหายไม่ร้องขอความช่วยเหลือในระหว่างที่จำเลยจูงมือไป คงเป็นเพราะผู้เสียหายไม่คิดว่าจำเลยจะกล้ากระทำมิดีมิร้าย ส่วนเหตุการณ์ภายในห้องที่เกิดเหตุนั้นผู้เสียหายตกอยู่ในสภาพบังคับจึงไม่อาจขัดขืนได้ และแม้จะได้ความว่าห้องที่เกิดเหตุไม่ได้เปิดไฟ ทั้งพยานโจทก์และโจทก์ร่วมบางปากเบิกความว่า เห็นคนในมุ้งเป็นเงา แต่จากรูปร่างลักษณะที่เห็นบอกได้ว่าคือจำเลยกับผู้เสียหาย ก็ไม่ทำให้คำพยานโจทก์และโจทก์ร่วมขาดน้ำหนักในการรับฟัง พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมมีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายอายุไม่เกิน 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้ายและผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้และกระทำชำเราผู้เสียหายอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งเป็นศิษย์ในความดูแลของจำเลย และฎีกาข้อที่ว่าขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืนจำเลยจึงไม่มีอำนาจหน้าที่ปกครองดูแลผู้เสียหายนั้น เห็นว่า คืนเกิดเหตุ มีการจัดงานในโรงเรียน การที่จำเลยซึ่งเป็นครูประจำชั้น จูงมือผู้เสียหายไปต่อหน้าบิดาผู้เสียหายและคนอื่น เป็นการใช้อำนาจของครูต่อผู้เสียหายซึ่งเป็นศิษย์แล้ว ดังนี้แม้จะกระทำต่อศิษย์นอกเวลาเรียนก็ถือว่าศิษย์นั้นอยู่ในความดูแล ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

          พิพากษายืน




ความผิดเกี่ยวกับเพศ

จำคุก 160 ปีข้อหากระทำชำเราเด็ก
ชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบสามปี
สมรสกัน | ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ
กระทำอนาจารอดีตภรรยาต่อหน้าธารกำนัล