ReadyPlanet.com
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletพระราชบัญญัติ
bulletความรู้กฎหมาย
bulletสำนัก,ทนาย,ทนายความ
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletปรึกษากฎหมาย
bulletวิชาชีพทนายความ
bulletข้อบังคับสภาทนายความ
bulletคำพิพากษาฎีกา
bulletเช่าซื้อขายฝากซื้อขาย
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletเกี่ยวกับ วิ.แพ่ง
bulletคดีเกี่ยวกับวิ.อาญา
bulletคำพิพากษารวม
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletการสิ้นสุดการสมรส
dot
Newsletter

dot




บุคคลสิทธิระหว่างคู่สัญญาใช้บังคับได้

จำเลยเข้าครอบครองที่ดินพิพาทและปลูกบ้านอยู่อาศัยก่อนโจทก์ซื้อที่ดินแปลงใหญ่จากเจ้าของเดิม แม้โจทก์จำเลยจะได้ทำสัญญาเช่าต่อกันโดยมีข้อตกลงจะแบ่งที่ส่วนที่จำเลยครอบครองให้เมื่อได้ขอออกโฉนดที่ดินแปลงใหญ่แล้วเป็นสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างกันเป็นพิเศษและเป็นบุคคลสิทธิระหว่างคู่สัญญาใช้บังคับกันได้
 
 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่  1035/2543

          ขณะทำสัญญาเช่าไม่ปรากฏว่าโจทก์และจำเลยมีความสัมพันธ์กัน ในฐานะใกล้ชิดอย่างไร ที่จะเป็นเหตุให้โจทก์ต้องยกที่ดินให้จำเลยโดยเสน่หา แต่กลับปรากฏว่าจำเลยเป็นฝ่ายเข้าครอบครองที่ดินพิพาท ปลูกบ้านเรือน อยู่อาศัยมาตั้งแต่ก่อนโจทก์และ ส. ซื้อที่ดินตามฟ้องจากเจ้าของที่ดินคนเดิม การที่โจทก์ตกลงจะแบ่งแยกที่ดินพิพาทส่วนที่จำเลยครอบครองให้จำเลย เพื่อโจทก์จะได้ขอออกโฉนดที่ดินในที่ดินแปลงใหญ่ซึ่งรวมทั้งที่ดินพิพาท ลักษณะข้อตกลงดังกล่าวเห็นได้ว่าสัญญาเช่าดังกล่าวไม่ใช่สัญญาให้หรือมีคำมั่นว่าจะให้ทรัพย์สินอันจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่เป็นสัญญาที่มีขึ้นระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นบุคคลสิทธิระหว่างคู่สัญญาที่ใช้บังคับกันได้ ประกอบกับในการตีความสัญญานั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368 ให้ตีความไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย เมื่อที่ดินแปลงใหญ่ซึ่งรวมที่ดินพิพาทได้ออกโฉนดที่ดินแล้ว โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนแบ่งแยกและโอนให้แก่จำเลย ตามสัญญาเช่า

           โจทก์เป็นผู้ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องให้บริบูรณ์ จำเลยไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ตามขอ เป็นไปตามความประสงค์ของโจทก์แล้ว และโจทก์จำเลยยอมรับข้อเท็จจริงกัน โดยขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเพียงข้อเดียวว่า โจทก์มีหน้าที่จะต้องโอนที่ดินพิพาทให้จำเลยตามคำมั่นดังกล่าวหรือไม่ โดยคู่ความขอสละประเด็นอื่น ๆ ทั้งหมดปัญหาการอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้อง จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น โจทก์ไม่มีสิทธิหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยให้ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ โจทก์จะยกขึ้นฎีกา ต่อมาไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคหนึ่ง

          โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 173/14 พร้อมขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 6290 และส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยกับชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาทแก่โจทก์จนกว่าจะรื้อถอนและขนย้ายทรัพย์สินเสร็จ


          จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 84 ตารางวา พร้อมบ้านเลขที่ 173/14 เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ให้โจทก์กับทายาทของนายเสงี่ยม  แบ่งแยกที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 6290 เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 84 ตารางวา ให้จำเลย หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา


          โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง


          ชั้นชี้สองสถาน คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามฟ้อง เดิมที่ดินตามฟ้องเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3) มีชื่อนางสาวทวี  เป็นผู้ครอบครอง จำเลยปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินตั้งแต่นางสาวทวียังเป็นผู้ครอบครอง ต่อมาปี 2528 นางสาวทวีขายที่ดินตามฟ้องแก่นางสุมาลัย ครั้นปี 2530 นางสุมาลัยขายแก่โจทก์กับนายเสงี่ยมต่อมาวันที่ 30 ตุลาคม 2532 โจทก์กับนายเสงี่ยมตกลงให้จำเลยเช่าที่ดินพิพาทโดยระบุคำมั่นในสัญญาเช่าว่า หลังจากนายเสงี่ยมกับโจทก์ออกโฉนดที่ดินตามฟ้องแล้วจะแบ่งแยกโฉนดสำหรับที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยเป็นเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 84 ตารางวา ครั้นวันที่ 22 ธันวาคม 2535 มีการออกโฉนดที่ดินตามฟ้องเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 6290 โจทก์ไม่ยอมแบ่งแยกโฉนดสำหรับที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยตามคำมั่นในสัญญาเช่าที่ดินพิพาทกลับฟ้องขับไล่จำเลยเป็นคดีนี้ คู่ความขอสละประเด็นข้ออื่น ๆ ตามคำฟ้องคำให้การฟ้องแย้ง และคำให้การแก้ฟ้องแย้งโดยขอให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นข้อกฎหมายเพียงข้อเดียวว่า โจทก์มีหน้าที่ต้องโอนที่ดินพิพาทให้จำเลยตามคำมั่นดังกล่าวหรือไม่ โดยโจทก์รับว่าโจทก์กับนายเสงี่ยมทำคำมั่นในสัญญาเช่ากับโจทก์จริง สำหรับประเด็นค่าเสียหาย หากจำเลยเป็นฝ่ายแพ้จำเลยจะชดใช้ค่าเสียหายตามฟ้องให้โจทก์ โดยบริเวณเนื้อที่ดินพิพาทให้เป็นไปตามแผนที่พิพาท โจทก์จำเลยแถลงไม่สืบพยาน


          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินเฉพาะส่วนตามโฉนดที่ดินเลขที่ 6290 เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 84 ตารางวา พร้อมบ้านเลขที่ 173/14 ให้โจทก์ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเสงี่ยม  แบ่งแยกที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 6290 เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 84 ตารางวา ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.ล.2 ให้จำเลย หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา


          โจทก์อุทธรณ์


          ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน


          โจทก์ฎีกา


          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีหน้าที่ต้องโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยตามคำมั่นที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.ล.1 หรือไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่า คำมั่นของโจทก์ที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.ล.1 มีลักษณะเป็นคำมั่นจะให้ เมื่อมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมบังคับกันไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 526 นั้น เห็นว่าตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.ล.1 มีข้อความว่า ข้อ 10 ผู้ให้เช่าสัญญาว่า เมื่อทางราชการออกโฉนดที่ดินให้ผู้ให้เช่าแล้ว ผู้ให้เช่าจะไปแบ่งแยกโฉนดให้ผู้เช่าเป็นจำนวนที่ดิน 1 ไร่ 1 งาน 84 ตารางวา ส่วนที่เหลืออีก 8 ไร่ เป็นของผู้ให้เช่าสัญญานี้ที่ดินขาดจากรายการนี้ ผู้ให้เช่าต้องได้ที่ดิน 8 ไร่เต็ม ข้อ 11 การรังวัดแบ่งแยกที่ดินให้ผู้เช่าตามข้อ 10 ถ้าบ้านที่อยู่อาศัยของผู้เช่าอยู่ในส่วนที่ดินของผู้ให้เช่า ผู้เช่ายินยอมรื้อถอนออกไปทันที โดยผู้ให้เช่าจะจ่ายค่ารื้อถอนเป็นเงิน15,000 บาท ดังนี้จะเห็นได้ว่าขณะทำสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.ล.1 ไม่ปรากฏว่าโจทก์จำเลยมีความสัมพันธ์กันในฐานะใกล้ชิดอย่างไร ที่จะเป็นเหตุให้โจทก์ต้องยกที่ดินให้จำเลยโดยเสน่หา ข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่าจำเลยเป็นฝ่ายเข้าครอบครองที่ดินพิพาทปลูกบ้านเรือนอยู่อาศัยมาตั้งแต่ก่อนโจทก์ และนายเสงี่ยมซื้อที่ดินตามฟ้องจากเจ้าของที่ดินคนเดิม ทั้งปรากฏว่าเมื่อโจทก์ยื่นคำฟ้องก็ระบุในคำฟ้องว่า จำเลยเข้าอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทในปี 2532 โดยไม่มีสัญญาเช่าหรือข้อผูกพันใด ๆ แสดงให้เห็นว่าโจทก์พยายามปิดบังข้อตกลงตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.ล.1 ที่โจทก์ตกลงจะแบ่งแยกที่ดินพิพาท ส่วนที่จำเลยครอบครองให้จำเลย เพื่อโจทก์จะได้นำที่ดินแปลงใหญ่ซึ่งรวมทั้งที่ดินพิพาทไปขออกโฉนดที่ดิน ลักษณะข้อตกลงดังกล่าวเห็นได้ว่าสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.ล.1 ไม่ใช่สัญญาให้หรือมีคำมั่นว่าจะให้ทรัพย์สินอันจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามฎีกาของโจทก์ แต่เป็นสัญญาที่มีขึ้นระหว่างโจทก์จำเลยเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นบุคคลสิทธิระหว่างคู่สัญญาที่ใช้บังคับกันได้ประกอบกับในการตีความสัญญานั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368 บัญญัติว่า สัญญานั้นท่านให้ตีความไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย ดังนี้ เมื่อโจทก์นำที่ดินแปลงใหญ่ซึ่งรวมที่ดินพิพาทไปออกโฉนดที่ดินแล้ว โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนแบ่งแยกและโอนให้แก่จำเลย ตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.ล.1


          ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องโจทก์ได้ตามคำร้องของโจทก์ ซึ่งโจทก์อ้างว่าไม่ชอบนั้น ได้ความว่า เดิมนายวิรัช  ในฐานะทายาทของนายเสงี่ยมและผู้รับมอบอำนาจจากนางวรรณากับบุตรทุกคนของนายเสงี่ยม ซึ่งเป็นทายาทนายเสงี่ยมเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยคดีนี้แต่หลังจากฟ้องคดีแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางวรรณาเป็นผู้จัดการมรดกของนายเสงี่ยมผู้ตาย โจทก์จึงมายื่นคำร้องขอแก้ฟ้องเปลี่ยนเป็นนางวรรณาในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเสงี่ยม โดยนายวิรัชเป็นผู้รับมอบอำนาจเช่นเดิม เห็นว่าในปัญหาดังกล่าว โจทก์เป็นผู้ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องให้บริบูรณ์ เมื่อจำเลยไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ตามขอเป็นไปตามความประสงค์ของโจทก์แล้ว และตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ฉบับลงวันที่ 25 เมษายน 2539 ซึ่งโจทก์จำเลยยอมรับข้อเท็จจริงกัน โดยขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเพียงข้อเดียวว่า โจทก์มีหน้าที่จะต้องโอนที่ดินพิพาทให้จำเลยตามคำมั่นดังกล่าวหรือไม่ โดยคู่ความขอสละประเด็นอื่น ๆทั้งหมด ดังนี้ ถือว่าปัญหาการอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้อง จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้ว โดยชอบในศาลชั้นต้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยให้ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 1 โจทก์จะยกขึ้นฎีกาต่อมาไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้


          พิพากษายืน
( สุวัตร์ สุขเกษม - วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ - วิบูลย์ มีอาสา )          

 

 

 

ห้ามทำการเป็นทนายความ  นักโทษด้วยกันเรียงอุทธรณ์ให้
ถ้าจำเลยซึ่งเป็นตัวความจะทำฟ้องอุทธรณ์ด้วยตนเอง นำมายื่นต่อศาลย่อมทำได้ไม่มีอะไรห้าม การที่จำเลยให้ผู้ต้องขังชายบุญรอดซึ่งต้องขังอยู่ในเรือนจำทำแทนให้ และลงลายมือชื่อไว้ทั้งในช่องผู้เรียงและผู้พิมพ์เป็นการให้เห็นได้อยู่ในตัวตามถ้อยคำ กล่าวคือว่าอุทธรณ์ของจำเลย ดังกล่าวมีผู้ต้องขังชายบุญรอดเป็นผู้แต่ง เพราะคำว่า "แต่ง" กับ "เรียง" นั้น ตามพจนานุกรมมีความหมายเหมือนกัน จึงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 33
http://www.peesirilaw.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538681919&Ntype=41

 

 

ใช้ทางอย่างเป็นปรปักษ์กับใช้ทางเป็นการวิสาสะ
การใช้ทางแบบคุ้นเคยกันในลักษณะเพื่อนบ้านที่ต่างพื่งพาอาศัยกันและเป็นการได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่ดินแล้วแม้จะได้นำดินลูกรังและหินมาถมในทางพิพาทตลอดมาทุกปีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากใครก็ตาม ก็เป็นการกระทำเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ทางเท่านั้น พฤติการณ์ถือได้ว่าเป็นการถือวิสาสะในการใช้ทางไม่ใช่เป็นการแสดงเจตนาที่จะใช้ทางอย่างเป็นปรปักษ์ แม้จะได้ใช้ทางมานานเกิน 10 ปี ก็ไม่ทำให้ทางพิพาทตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของตนได้
http://www.peesirilaw.com/ครอบครองปรปักษ์/ปรปักษ์กับการวิสาสะ.html

 


ภาระจำยอมที่เกิดจากการจัดสรรที่ดินขาย
เจ้าของโครงการจัดสรรที่ดินได้กันทางเดินพิพาทไว้เป็นทางเข้าออกสำหรับตึกแถวที่แบ่งขายในการก่อสร้างตึกแถวเจ้าของโครงการได้ก่อสร้างตึกแถวทำกันสาดปูนซิเมนต์รุกล้ำเข้าไปในที่ดินแปลงที่เป็นทางเดินยื่นออกไป 1.5 เมตรต่อมาเจ้าของโครงการถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลาย โจทก์ในคดีนี้ซื้อที่ดินทางเดินจากการขายทอดตลาดและฟ้องขับไล่ผู้ซื้อตึกแถวศาลฎีกาเห็นว่าทางเดินตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินจัดสรรโดยผลของกฎหมายแล้วรวมถึงกันสาดที่ยื่นออกไปด้วย
http://www.peesirilaw.com/ครอบครองปรปักษ์/ภาระจำยอมที่เกิดจากการจัดสรรที่ดินขาย.html

 


การครอบครองปรปักษ์ขาดตอนเมื่อเปลี่ยนเจ้าของ
การนับระยะเวลาครอบครองปรปักษ์ถือเอาระยะเวลาครอบครองของฝ่ายผู้ครอบครองที่ต้องครอบครองติดต่อกัน ไม่ต้องพิจารณาถึงตัวเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกครอบครองว่าจะได้โอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่นหรือไม่ และไม่จำต้องถือเอาทางฝ่ายเจ้าของอสังหาริมทรัพย์แต่ละคนที่รับโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นเกณฑ์ในการเริ่มนับระยะเวลาครอบครองใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนตัวเจ้าของหากบุคคลภายนอกรับโอนโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต
http://www.peesirilaw.com/ครอบครองปรปักษ์/การครอบครองปรปักษ์ขาดตอน.html

 

 

เจ้าของที่ดินมีสิทธิสร้างแผงร้านค้าบนทางภาระจำยอมหรือไม่?
สภาพของที่ดินภาระจำยอมใช้เป็นเพียงทางเดินเท่านั้น รถยนต์ไม่สามารถเข้าออกได้เพราะมีขั้นบันไดลงไปสู่ถนนสาธารณะ การที่เจ้าของที่ดินสร้างแผงร้านค้าโดยเว้นทางเท้าไว้ถึง 2.50 เมตร จึงไม่ทำให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกหรือไม่? ศาลเห็นว่าทางพิพาทซึ่งเป็นที่ดินที่ตกอยู่ในภาระจำยอมแก่ที่ดินของผู้อื่นนั้นเป็นทางที่ใช้สัญจรอยู่ในโครงการหมู่บ้านและที่ดินจัดสรร ดังนั้น ไม่ว่ารถยนต์จะสามารถเข้าออกทางได้หรือไม่ก็ตาม
http://www.peesirilaw.com/ครอบครองปรปักษ์/เจ้าของที่ดินมีสิทธิสร้างแผงร้านค้าบนทางภาระจำยอมหรือไม่.html

 

 


จดภาระจำยอมให้แค่เดินผ่านแต่ปลูกสร้างหลังคาและวางของขาย
ที่ดินของโจทก์จดทะเบียนภาระจำยอมให้เป็นทางเดินให้จำเลยใช้เป็นทางเข้าออกไปสู่ทางสาธารณะ แต่จำเลยได้ก่อสร้างหลังคานำวัสดุก่อสร้างมาวางจำหน่าย ทำที่จอดรถในทางภาระจำยอม จำเลยอ้างได้นำเอาวัสดุก่อสร้างมาวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2529 บิดามารดาโจทก์ มิได้คัดค้านศาลเห็นว่าที่ดินของโจทก์ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของจำเลยในเรื่องทางเดิน โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะไปหวงห้ามมิให้เดินผ่าน จำเลยนำวัสดุก่อสร้างมาวางจำหน่ายบนทางภาระจำยอม
http://www.peesirilaw.com/ครอบครองปรปักษ์/จดภาระจำยอมให้เป็นทางเดิน.html


ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ 0859604258  *  www.peesirilaw.com  *

 




นิติกรรมสัญญา

ที่ดินสาธารณะเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์ห้ามซื้อขาย
สิทธิบอกล้างสัญญาระหว่างสมรส
มีที่ดินแต่ไม่มีเครดิตจะกู้เงินธนาคารจึงใช้ชื่อบุคคลอื่น
ผิดสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก
ผลของการบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขาย
ข้อสัญญาว่าผู้ว่าจ้างไม่เรียกร้องค่าเสียหาย
หนังสือมอบอำนาจ พิมพ์ลายนิ้วมือ
จำเลยต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์เพียงใด
สัญญาเช่าซื้อผู้ให้เช่าซื้อต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
สัญญาจะซื้อขายที่ดินผู้เยาว์ต้องขออนุญาตศาลด้วย
สัญญายอมความกับคำมั่นว่าจะให้
การตีความการแสดงเจตนา
การใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาไม่ชอบ
สัญญาแบ่งเงินรางวัลผู้แจ้งเบาะแส
ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้
สัญญาจำนองตกเป็นโมฆะ
คำมั่นว่าจะไถ่ถอนจำนองหรือมอบเงินแทน
ข้อตกลงยกที่ดินให้ต่อหน้านายอำเภอ
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ส.ป.ก. 4-01
เข้าทำกินต่างดอกเบี้ยในที่ดินส.ป.ก.4-01
สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก
สัญญายินยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน
สัญญาจำนองเป็นโมฆะ
สัญญาให้ทรัพย์สินหรือคำมั่นว่าจะให้
สัญญาจะซื้อจะขาย
โอนที่ดินตามใบมอบอำนาจ article