ReadyPlanet.com
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletพระราชบัญญัติ
bulletความรู้กฎหมาย
bulletสำนัก,ทนาย,ทนายความ
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletปรึกษากฎหมาย
bulletวิชาชีพทนายความ
bulletข้อบังคับสภาทนายความ
bulletคำพิพากษาฎีกา
bulletเช่าซื้อขายฝากซื้อขาย
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletเกี่ยวกับ วิ.แพ่ง
bulletคดีเกี่ยวกับวิ.อาญา
bulletคำพิพากษารวม
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletการสิ้นสุดการสมรส
dot
Newsletter

dot




สัญญายินยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน

ข้อตกลงว่ายินยอมโอนกรรมสิทธิ์เมื่อได้มีการถอนอายัดที่ดินแล้วนั้นเป็นสัญญาหรือคำมั่นว่าจะให้ทรัพย์สิน ซึ่งต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่สัญญายินยอมให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงไม่อาจใช้บังคับได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  8504/2538

          สัญญาจะซื้อจะขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 วรรคสอง บังคับว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ เป็นกรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีเอกสารมาแสดง การรับฟังพยานหลักฐานในกรณีเช่นนี้ต้องอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 กล่าวคือจะนำพยานบุคคลมาสืบว่า ยังมีข้อความเพิ่มเติมหรือนอกเหนือไปจากที่ปรากฏในสัญญาจะซื้อจะขายไม่ได้ จำเลยสัญญาว่ายินยอมจะไปโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์เป็นสัญญาหรือคำมั่นว่าจะให้ทรัพย์สินซึ่งจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะบังคับกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 526 แต่สัญญายินยอมให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงไม่มีผลผูกพันจำเลยให้ต้องรับผิดต่อโจทก์


          โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ติดต่อกับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางธิดารัตน์  เพื่อขอซื้อที่ดินรวม 50 โฉนด พร้อมสิทธิในการเป็นเจ้าของรวมในโฉนดเลขที่ 102663 ในราคา 47,000,000 บาท และโจทก์ได้ชำระเงินจำนวน 47,000,000 บาทให้จำเลยแล้ว จำเลยโอนที่ดินรวม 50 โฉนด ให้โจทก์คงเหลือเฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ 102663 เนื้อที่ 67 เศษ 5 ส่วน 10 ตารางวาซึ่งมีนายโปร่ง  เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินแปลงดังกล่าวกับนางธิดารัตน์ จำเลยได้ทำหนังสือยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเฉพาะส่วนของนางธิดารัตน์ให้โจทก์แต่เนื่องจากที่ดินแปลงดังกล่าวติดอายัดในคดีหมายเลขแดงที่ 11798/2526 ของศาลชั้นต้น เนื่องจากนายโปร่งถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีดังกล่าว จำเลยตกลงกับโจทก์ว่า หากนำที่ดินแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาด ให้โจทก์เข้าสู้ราคาในการขายทอดตลาดและหากมีการประมูลขายที่ดินดังกล่าวได้เงินเท่าใดจำเลยจะขอกันส่วนนำเงินมาชำระให้โจทก์ ซึ่งในที่สุดที่ดินแปลงดังกล่าวประมูลขายได้ในราคา 2,305,000 บาท จำเลยได้ยื่นคำร้องขอกันส่วนได้เงินจำนวน 1,152,500 บาท แต่จำเลยมิได้นำเงินจำนวนดังกล่าวชำระให้โจทก์ขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินแก่โจทก์จำนวน 1,152,500 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ และมีคำสั่งให้อายัดเงิน ส่วนที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ล.6/2527 ของศาลจังหวัดนนทบุรีในฐานะผู้จัดการมรดกเข้าเป็นคู่ความแทน

          จำเลยให้การว่า สัญญาจะซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นการซื้อขายที่ดินรวม 50 โฉนดเท่านั้น และจำเลยได้โอนที่ดินทั้ง 50 โฉนดให้โจทก์แล้ว สัญญาจะซื้อขายดังกล่าวไม่รวมที่ดินโฉนดเลขที่ 102663 สัญญายอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์มีเงื่อนไขว่า หากที่ดินแปลงดังกล่าวมีการถอนอายัดจากคดีหมายเลขแดงที่ 11798/2526 ของศาลชั้นต้น จำเลยจะโอนให้โจทก์แต่ปรากฏว่าในคดีดังกล่าวไม่มีการถอนอายัดที่ดินแต่ประการใดโจทก์จึงไม่อาจบังคับจำเลยได้ จำเลยไม่เคยตกลงว่าจะขอกันส่วนเงินจำนวนดังกล่าวชำระหนี้ให้โจทก์ เมื่อจำเลยขอกันส่วนเงินดังกล่าวมาแล้ว เงินดังกล่าวตกเป็นของกองมรดกของนางธิดารัตน์ซึ่งจำเลยมีสิทธิได้รับในฐานะทายาทเพียง 1 ใน 6 ส่วนเท่านั้นขอให้ยกฟ้อง

          ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางธิดารัตน์  ชำระเงินจำนวน 1,152,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ส่วนคำขอของโจทก์ที่ให้อายัดเงินส่วนที่จำเลยมีสิทธิได้รับในคดีล้มละลายของศาลจังหวัดนนทบุรีนั้นศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2533 ให้อายัดเงินไว้ชั่วคราวแล้วจึงไม่ต้องส่งคำขอดังกล่าว

          จำเลยอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

          โจทก์ฎีกา

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยเอกสารหมาย ล.1 ที่โจทก์รับว่าเป็นสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน 50 โฉนดเป็นสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง บังคับว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีกันได้เป็นกรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง การรับฟังพยานหลักฐานในกรณีเช่นนี้ต้องอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 กล่าวคือ คู่ความจะนำพยานบุคคลมาสืบว่า ยังมีข้อความเพิ่มเติมหรือนอกเหนือไปจากที่ปรากฏในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยตามเอกสารหมาย ล.1 ไม่ได้ เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินระหว่างโจทก์และจำเลยดังกล่าว ระบุจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางธิดารัตน์ตกลงขายที่ดิน เนื้อที่ 8 ไร่ 1 งาน 96 ตารางวาซึ่งได้แบ่งแยกเป็นโฉนดใหม่รวม 50 โฉนด ให้แก่โจทก์ในราคา 47,000,000 บาท โจทก์จะนำพยานบุคคลมาสืบว่า การตกลงจะซื้อจะขายที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยในราคา 47,000,000 บาทนั้น นอกจากตกลงจะซื้อจะขายที่ดิน 50 โฉนด ดังที่ระบุในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเอกสารหมาย ล.1 แล้ว จำเลยยังได้ตกลงจะขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ด้วยหาได้ไม่ เพราะเป็นการนำสืบว่ายังมีข้อความเพิ่มเติมในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเอกสารหมาย ล.1นั้น อยู่อีก ส่วนสัญญายินยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเอกสารหมาย จ.7 กำหนดว่าจำเลยจะไปทำการโอนที่ดินพิพาท เมื่อได้มีการถอนอายัดที่ดินพิพาทแล้ว แต่ปรากฏว่ามิได้มีการถอนอายัดที่ดินพิพาทเนื่องจากศาลได้มีคำสั่งให้ขายทอดตลาดที่ดินพิพาท ทั้งการที่จำเลยสัญญาว่ายินยอมจะไปโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ดังกล่าวก็เป็นสัญญาหรือคำมั่นว่าจะให้ทรัพย์สิน ซึ่งจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะบังคับกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 526 แต่สัญญายินยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเอกสารหมาย จ.7 มิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่มีผลผูกพันจำเลยให้ต้องรับผิดต่อโจทก์

          พิพากษายืน


( ชลอ บุณยเนตร - สมาน เวทวินิจ - ธวัชชัย พิทักษ์ผล )

   

 

 

ห้ามทำการเป็นทนายความ  นักโทษด้วยกันเรียงอุทธรณ์ให้
ถ้าจำเลยซึ่งเป็นตัวความจะทำฟ้องอุทธรณ์ด้วยตนเอง นำมายื่นต่อศาลย่อมทำได้ไม่มีอะไรห้าม การที่จำเลยให้ผู้ต้องขังชายบุญรอดซึ่งต้องขังอยู่ในเรือนจำทำแทนให้ และลงลายมือชื่อไว้ทั้งในช่องผู้เรียงและผู้พิมพ์เป็นการให้เห็นได้อยู่ในตัวตามถ้อยคำ กล่าวคือว่าอุทธรณ์ของจำเลย ดังกล่าวมีผู้ต้องขังชายบุญรอดเป็นผู้แต่ง เพราะคำว่า "แต่ง" กับ "เรียง" นั้น ตามพจนานุกรมมีความหมายเหมือนกัน จึงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 33
http://www.peesirilaw.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538681919&Ntype=41

 

 

ใช้ทางอย่างเป็นปรปักษ์กับใช้ทางเป็นการวิสาสะ
การใช้ทางแบบคุ้นเคยกันในลักษณะเพื่อนบ้านที่ต่างพื่งพาอาศัยกันและเป็นการได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่ดินแล้วแม้จะได้นำดินลูกรังและหินมาถมในทางพิพาทตลอดมาทุกปีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากใครก็ตาม ก็เป็นการกระทำเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ทางเท่านั้น พฤติการณ์ถือได้ว่าเป็นการถือวิสาสะในการใช้ทางไม่ใช่เป็นการแสดงเจตนาที่จะใช้ทางอย่างเป็นปรปักษ์ แม้จะได้ใช้ทางมานานเกิน 10 ปี ก็ไม่ทำให้ทางพิพาทตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของตนได้
http://www.peesirilaw.com/ครอบครองปรปักษ์/ปรปักษ์กับการวิสาสะ.html

 


ภาระจำยอมที่เกิดจากการจัดสรรที่ดินขาย
เจ้าของโครงการจัดสรรที่ดินได้กันทางเดินพิพาทไว้เป็นทางเข้าออกสำหรับตึกแถวที่แบ่งขายในการก่อสร้างตึกแถวเจ้าของโครงการได้ก่อสร้างตึกแถวทำกันสาดปูนซิเมนต์รุกล้ำเข้าไปในที่ดินแปลงที่เป็นทางเดินยื่นออกไป 1.5 เมตรต่อมาเจ้าของโครงการถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลาย โจทก์ในคดีนี้ซื้อที่ดินทางเดินจากการขายทอดตลาดและฟ้องขับไล่ผู้ซื้อตึกแถวศาลฎีกาเห็นว่าทางเดินตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินจัดสรรโดยผลของกฎหมายแล้วรวมถึงกันสาดที่ยื่นออกไปด้วย
http://www.peesirilaw.com/ครอบครองปรปักษ์/ภาระจำยอมที่เกิดจากการจัดสรรที่ดินขาย.html

 


การครอบครองปรปักษ์ขาดตอนเมื่อเปลี่ยนเจ้าของ
การนับระยะเวลาครอบครองปรปักษ์ถือเอาระยะเวลาครอบครองของฝ่ายผู้ครอบครองที่ต้องครอบครองติดต่อกัน ไม่ต้องพิจารณาถึงตัวเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกครอบครองว่าจะได้โอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่นหรือไม่ และไม่จำต้องถือเอาทางฝ่ายเจ้าของอสังหาริมทรัพย์แต่ละคนที่รับโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นเกณฑ์ในการเริ่มนับระยะเวลาครอบครองใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนตัวเจ้าของหากบุคคลภายนอกรับโอนโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต
http://www.peesirilaw.com/ครอบครองปรปักษ์/การครอบครองปรปักษ์ขาดตอน.html

 

 

เจ้าของที่ดินมีสิทธิสร้างแผงร้านค้าบนทางภาระจำยอมหรือไม่?
สภาพของที่ดินภาระจำยอมใช้เป็นเพียงทางเดินเท่านั้น รถยนต์ไม่สามารถเข้าออกได้เพราะมีขั้นบันไดลงไปสู่ถนนสาธารณะ การที่เจ้าของที่ดินสร้างแผงร้านค้าโดยเว้นทางเท้าไว้ถึง 2.50 เมตร จึงไม่ทำให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกหรือไม่? ศาลเห็นว่าทางพิพาทซึ่งเป็นที่ดินที่ตกอยู่ในภาระจำยอมแก่ที่ดินของผู้อื่นนั้นเป็นทางที่ใช้สัญจรอยู่ในโครงการหมู่บ้านและที่ดินจัดสรร ดังนั้น ไม่ว่ารถยนต์จะสามารถเข้าออกทางได้หรือไม่ก็ตาม
http://www.peesirilaw.com/ครอบครองปรปักษ์/เจ้าของที่ดินมีสิทธิสร้างแผงร้านค้าบนทางภาระจำยอมหรือไม่.html

 

 


จดภาระจำยอมให้แค่เดินผ่านแต่ปลูกสร้างหลังคาและวางของขาย
ที่ดินของโจทก์จดทะเบียนภาระจำยอมให้เป็นทางเดินให้จำเลยใช้เป็นทางเข้าออกไปสู่ทางสาธารณะ แต่จำเลยได้ก่อสร้างหลังคานำวัสดุก่อสร้างมาวางจำหน่าย ทำที่จอดรถในทางภาระจำยอม จำเลยอ้างได้นำเอาวัสดุก่อสร้างมาวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2529 บิดามารดาโจทก์ มิได้คัดค้านศาลเห็นว่าที่ดินของโจทก์ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของจำเลยในเรื่องทางเดิน โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะไปหวงห้ามมิให้เดินผ่าน จำเลยนำวัสดุก่อสร้างมาวางจำหน่ายบนทางภาระจำยอม
http://www.peesirilaw.com/ครอบครองปรปักษ์/จดภาระจำยอมให้เป็นทางเดิน.html


ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ 0859604258  *  www.peesirilaw.com  *


 




นิติกรรมสัญญา

ที่ดินสาธารณะเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์ห้ามซื้อขาย
สิทธิบอกล้างสัญญาระหว่างสมรส
มีที่ดินแต่ไม่มีเครดิตจะกู้เงินธนาคารจึงใช้ชื่อบุคคลอื่น
ผิดสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก
ผลของการบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขาย
ข้อสัญญาว่าผู้ว่าจ้างไม่เรียกร้องค่าเสียหาย
หนังสือมอบอำนาจ พิมพ์ลายนิ้วมือ
จำเลยต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์เพียงใด
สัญญาเช่าซื้อผู้ให้เช่าซื้อต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
สัญญาจะซื้อขายที่ดินผู้เยาว์ต้องขออนุญาตศาลด้วย
สัญญายอมความกับคำมั่นว่าจะให้
การตีความการแสดงเจตนา
การใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาไม่ชอบ
สัญญาแบ่งเงินรางวัลผู้แจ้งเบาะแส
ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้
สัญญาจำนองตกเป็นโมฆะ
คำมั่นว่าจะไถ่ถอนจำนองหรือมอบเงินแทน
บุคคลสิทธิระหว่างคู่สัญญาใช้บังคับได้
ข้อตกลงยกที่ดินให้ต่อหน้านายอำเภอ
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ส.ป.ก. 4-01
เข้าทำกินต่างดอกเบี้ยในที่ดินส.ป.ก.4-01
สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก
สัญญาจำนองเป็นโมฆะ
สัญญาให้ทรัพย์สินหรือคำมั่นว่าจะให้
สัญญาจะซื้อจะขาย
โอนที่ดินตามใบมอบอำนาจ article