ReadyPlanet.com
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletพระราชบัญญัติ
bulletความรู้กฎหมาย
bulletสำนัก,ทนาย,ทนายความ
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletปรึกษากฎหมาย
bulletวิชาชีพทนายความ
bulletข้อบังคับสภาทนายความ
bulletคำพิพากษาฎีกา
bulletเช่าซื้อขายฝากซื้อขาย
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletเกี่ยวกับ วิ.แพ่ง
bulletคดีเกี่ยวกับวิ.อาญา
bulletคำพิพากษารวม
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletการสิ้นสุดการสมรส
dot
Newsletter

dot




สัญญาแบ่งเงินรางวัลผู้แจ้งเบาะแส

คำมั่นจะให้รางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2522 เป็นคำมั่นที่ประกาศแก่คนทั่วไป แม้ผู้ทำหน้าที่เป็นประธานองค์กรกลางอำเภอ หากเป็นผู้แจ้งเบาะแสก็มีสิทธิได้รับเงินรางวัลเพราะไม่มีกฎหมายห้ามไว้ จำเลยทำสัญญากับโจทก์ว่าจะแบ่งเงินรางวัลให้ 1 ใน 3 หากเป็นผู้ติดต่อประสานงานให้จำเลยได้รับเงินรางวัลดังกล่าวจากการที่จำเลยเป็นผู้แจ้างเบาะแส สัญญาดังกล่าวไม่เข้าลักษณะเป็นคำมั่นว่าจะให้ที่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็สามารถใช้บังคับได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  5933/2538


          การที่หนังสือพิมพ์ ท. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและองค์กรกลางให้คำมั่นจะให้รางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2522 เป็นคำมั่นที่ประกาศแก่คนทั่วไป ซึ่งโจทก์ แม้จะได้รับแต่งตั้งจากองค์กรกลางให้เป็นประธานองค์กรกลางอำเภอ หากเป็นผู้แจ้งเบาะแสก็มีสิทธิจะได้รับรางวัลดังกล่าวได้จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาจะแบ่งเงินรางวัลตามที่จำเลยจะได้รับจากการแจ้งเบาะแสให้แก่โจทก์ในการกล่าวโทษต่อ พนักงานสอบสวนและเป็นผู้ติดต่อประสานงานรับเงินรางวัลในคดีที่จำเลยเป็นผู้แจ้ง การที่โจทก์กล่าวโทษ น.ต่อพนักงานสอบสวนตามที่ตกลงกับจำเลยดังกล่าวข้างต้นย่อมถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้หนึ่งที่ได้ร่วมดำเนินการแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดกับจำเลยต่อพนักงานสอบสวน ดังนั้นข้อตกลงตามหนังสือสัญญาแบ่งเงินรางวัล จึงไม่เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150


          โจทก์ฟ้องว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2535 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้ให้คำมั่นว่าจะให้เงินรางวัลจำนวน 120,000 บาท แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35(1) โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าพนักงานสอบสวนจับกุมผู้กระทำผิดผู้แจ้งจะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท ถ้าพนักงานอัยการยื่นฟ้องผู้กระทำผิดต่อศาล ผู้แจ้งจะได้รับเงินรางวัลอีก 10,000 บาทและถ้าศาลมีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำผิด ผู้แจ้งจะได้รับเงินรางวัลอีก100,000 บาท เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2535 จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาจะแบ่งเงินรางวัลตามที่จำเลยจะได้รับจากการแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดดังกล่าวแล้วให้แก่โจทก์หนึ่งในสามส่วนเป็นเงิน 40,000 บาทเป็นรางวัลแห่งความกล้าหาญในการกล่าวโทษผู้กระทำผิดต่อพนักงานสอบสวนและเป็นผู้ติดต่อประสานงานรับเงินรางวัลในคดีที่จำเลยเป็นผู้แจ้ง จำเลยรับเงินรางวัลงวดแรกและงวดที่สองแล้วไม่ยอมจ่ายให้โจทก์ตามสัญญา โจทก์จึงให้จำเลยทำหลักฐานเป็นหนังสือ ปรากฏตามหนังสือสัญญาแบ่งเงินรางวัลท้ายฟ้อง และต่อมาเมื่อศาลพิพากษาลงโทษผู้กระทำผิด จำเลยได้รับเงินรางวัลงวดสุดท้ายแล้ว จำเลยก็ไม่ยอมแบ่งให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 40,000 บาทให้จำเลยเสียดอกเบี้ยแก่โจทก์อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน40,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

          จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญาแบ่งเงินรางวัลให้โจทก์สัญญาแบ่งเงินรางวัลท้ายฟ้องไม่มีผลผูกพันบังคับแก่จำเลยได้ เพราะมิได้นำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 526 ขอให้ยกฟ้อง

          ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาแบ่งเงินรางวัลท้ายฟ้องขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 150 พิพากษายกฟ้อง

          โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 ทวิ

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีเพียงว่าข้อตกลงตามหนังสือสัญญาแบ่งเงินรางวันเอกสารหมาย จ.1 ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2535 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและองค์กรกลาง ประกาศให้คำมั่นจะให้เงินรางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35(1) เป็นเงิน120,000 บาท จำเลยเป็นผู้แจ้งแก่โจทก์ซึ่งเป็นประธานองค์กรกลางอำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานีว่า นายหนูพัฒน์ ได้ให้เงินแก่จำเลยจำนวน 100 บาท เพื่อให้จำเลยลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเบอร์ 4 เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุบลราชธานีแล้วจำเลยตกลงให้โจทก์เป็นผู้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแก่นายหนูพัฒน์ และให้เป็นผู้ติดต่อประสานงานกับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเพื่อรับเงินรางวัลดังกล่าวด้วย โดยจำเลยจะแบ่งเงินรางวัลให้แก่โจทก์หนึ่งในสามคิดเป็นเงิน 40,000 บาทปรากฏตามหนังสือสัญญาแบ่งเงินรางวัลเอกสารหมาย จ.1 โจทก์ได้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่นายหนูพัฒน์ ในที่สุดพนักงานอัยการได้ฟ้อง และศาลพิพากษาลงโทษนายหนูพัฒน์ตามข้อกล่าวหาแต่เมื่อจำเลยได้รับเงินรางวัลจำนวน 120,000 บาท แล้วจำเลยไม่ยอมแบ่งให้โจทก์ตามสัญญา

          พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐร่วมกันกระทรวงมหาดไทยและองค์กรกลางประกาศให้คำมั่นจะให้รางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแส ผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 ก็โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม คำมั่นดังกล่าวเป็นคำมั่นที่ประกาศแก่คนทั่วไป ซึ่งโจทก์แม้จะได้รับแต่งตั้งจากองค์กรกลางให้เป็นประธานองค์กรกลางอำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานีหากโจทก์เป็นผู้แจ้งเบาะแสผู้กระทำผิด โจทก์ก็มีสิทธิจะได้รับรางวัลดังกล่าวได้ หามีข้อกำหนดห้ามไว้แต่อย่างใดไม่ ดังนั้น การที่โจทก์กล่าวโทษนายหนู่พัฒน์ต่อพนักงานสอบสวนตามที่ตกลงกับจำเลยดังกล่าวข้างต้น ย่อมถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้หนึ่งที่ได้ร่วมดำเนินการแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดกับจำเลยต่อพนักงานสอบสวน และการที่จำเลยตกลงให้โจทก์ดำเนินการดังกล่าวก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม หรือกระทำการขัดต่อศีลธรรม ให้จำเลยยอมตกลงกับโจทก์ดังนั้น ข้อตกลงตามหนังสือสัญญาแบ่งเงินรางวัลเอกสารหมาย จ.1จึงไม่เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 คำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น"

          พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 40,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

( พิมล สมานิตย์ - สมปอง เสนเนียม - ผล อนุวัตรนิติการ ) 

ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ ลีนนท์ 084 1302058   *  www.peesirilaw.com  *

 

 

 

การพิสูจน์การครอบครองปรปักษ์
แม้การซื้อขายที่ดินจะเป็นโมฆะอันเนื่องมาจากไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตาม แต่ถ้าผู้ขายสละการครอบครองและผู้ซื้อได้เข้าครอบครองที่ดินที่ซื้อขายกันโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ก็ได้กรรมสิทธิ์  เมื่อไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการซื้อขายกันจริงหรือได้ครอบครองที่ดินโดยสงบ เปิดเผย อย่างเป็นเจ้าของ ผู้มีชื่อทางทะเบียนได้รับข้อสันนิษฐานทางกฎหมายว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครองตามกฎหมาย และมีสิทธิฟ้องขับไล่ได้
http://www.peesirilaw.com/ครอบครองปรปักษ์/ผู้ขายสละการครอบครอง-ผู้ซื้ออ้างครอบครองปรปักษ์ได้.html

 

 


อ้างเหตุป้องกันตัวไม่ได้
แม้ผู้ตายยิงจำเลยก่อนแล้วจำเลยยิงผู้ตายเสียชีวิตอ้างเหตุว่าเป็นการป้องกันตัวไม่ได้...การที่จำเลยที่ 1 เดินเข้าไปหาผู้ตายโดยมีอาวุธปืนติดตัวเตรียมพร้อมมาด้วยจึงไม่มีทางฟังเป็นอย่างอื่นนอกจากต้องการมีเรื่องกับผู้ตาย การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการสมัครใจทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย
http://www.peesirilaw.com/โทษทางอาญา/อ้างเหตุป้องกันตัวไม่ได้.html

 

 

คำขอให้คุ้มครองชั่วคราวห้ามจำหน่ายรถยนต์พิพาทและระงับการจดทะเบียน
ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์ ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่าเป็นผู้ซื้อรถยนต์ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งห้ามชั่วคราว เห็นว่าเมื่อคำฟ้องไม่มีคำขอให้บังคับจำเลยส่งมอบรถยนต์คืนแต่โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ ย่อมไม่มีเหตุจำเป็นต้องปฏิบัติตามวิธีการชั่วคราวที่ห้ามจำเลยโอนขาย ยักย้าย หรือจำหน่ายรถยนต์ดังกล่าว
http://www.peesirilaw.com/ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง/คำขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา.html


    

 

ห้ามทำการเป็นทนายความ  นักโทษด้วยกันเรียงอุทธรณ์ให้
ถ้าจำเลยซึ่งเป็นตัวความจะทำฟ้องอุทธรณ์ด้วยตนเอง นำมายื่นต่อศาลย่อมทำได้ไม่มีอะไรห้าม การที่จำเลยให้ผู้ต้องขังชายบุญรอดซึ่งต้องขังอยู่ในเรือนจำทำแทนให้ และลงลายมือชื่อไว้ทั้งในช่องผู้เรียงและผู้พิมพ์เป็นการให้เห็นได้อยู่ในตัวตามถ้อยคำ กล่าวคือว่าอุทธรณ์ของจำเลย ดังกล่าวมีผู้ต้องขังชายบุญรอดเป็นผู้แต่ง เพราะคำว่า "แต่ง" กับ "เรียง" นั้น ตามพจนานุกรมมีความหมายเหมือนกัน จึงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 33
http://www.peesirilaw.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538681919&Ntype=41

 

    




นิติกรรมสัญญา

ที่ดินสาธารณะเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์ห้ามซื้อขาย
สิทธิบอกล้างสัญญาระหว่างสมรส
มีที่ดินแต่ไม่มีเครดิตจะกู้เงินธนาคารจึงใช้ชื่อบุคคลอื่น
ผิดสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก
ผลของการบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขาย
ข้อสัญญาว่าผู้ว่าจ้างไม่เรียกร้องค่าเสียหาย
หนังสือมอบอำนาจ พิมพ์ลายนิ้วมือ
จำเลยต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์เพียงใด
สัญญาเช่าซื้อผู้ให้เช่าซื้อต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
สัญญาจะซื้อขายที่ดินผู้เยาว์ต้องขออนุญาตศาลด้วย
สัญญายอมความกับคำมั่นว่าจะให้
การตีความการแสดงเจตนา
การใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาไม่ชอบ
ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้
สัญญาจำนองตกเป็นโมฆะ
คำมั่นว่าจะไถ่ถอนจำนองหรือมอบเงินแทน
บุคคลสิทธิระหว่างคู่สัญญาใช้บังคับได้
ข้อตกลงยกที่ดินให้ต่อหน้านายอำเภอ
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ส.ป.ก. 4-01
เข้าทำกินต่างดอกเบี้ยในที่ดินส.ป.ก.4-01
สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก
สัญญายินยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน
สัญญาจำนองเป็นโมฆะ
สัญญาให้ทรัพย์สินหรือคำมั่นว่าจะให้
สัญญาจะซื้อจะขาย
โอนที่ดินตามใบมอบอำนาจ article