ReadyPlanet.com
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletพระราชบัญญัติ
bulletความรู้กฎหมาย
bulletสำนัก,ทนาย,ทนายความ
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletปรึกษากฎหมาย
bulletวิชาชีพทนายความ
bulletข้อบังคับสภาทนายความ
bulletคำพิพากษาฎีกา
bulletเช่าซื้อขายฝากซื้อขาย
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletเกี่ยวกับ วิ.แพ่ง
bulletคดีเกี่ยวกับวิ.อาญา
bulletคำพิพากษารวม
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletการสิ้นสุดการสมรส
dot
Newsletter

dot




หนังสือมอบอำนาจ พิมพ์ลายนิ้วมือ

หนังสือมอบอำนาจ พิมพ์ลายนิ้วมือ
จะยกความประมาทเลินเล่อของตนขึ้นเป็นข้ออ้างไม่ได้
หนังสือมอบอำนาจ พิมพ์ลายนิ้วมือ(ฎีกาที่ 6542/2552) ได้มอบสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนให้ไว้แสดงถึงความประมาทเลินเล่อของโจทก์ เมื่อจำเลยกรอกข้อความลงในหนังสือมอบอำนาจนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ของโจทก์และนำไปแสดงต่อบุคคลภายนอกและเขาหลงเชื่อว่ามอบอำนาจเช่นนั้นจริง โจทก์จะยกความประมาทเลินเล่อของตนขึ้นเป็นข้ออ้างเพื่อเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินที่รับโอนโดยสุจริตหาได้ไม่ เว้นแต่โจทก์จะนำสืบให้เห็นถึงความไม่สุจริตของผู้รับโอน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6542/2552

          ตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจ ด้านหลังมี ณ. เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ 5 ลงลายมือชื่อรับรองว่าเป็นลายพิมพ์นิ้วหัวแม่มือซ้ายของโจทก์ ที่พิมพ์ลงในหนังสือมอบอำนาจจริง และมีเจตนาในการทำนิติกรรมการโอนที่ดินโดย ณ. ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน และในวันเดียวกันก็มีหนังสือมอบอำนาจอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งรับรองโดย ณ. เช่นเดียวกัน แต่เป็นการมอบอำนาจให้ไปจดทะเบียนรับโอนมรดกเฉพาะส่วนพร้อมสิ่งปลูกสร้างตลอดจนให้ผู้รับมอบอำนาจให้ถ้อยคำต่างๆ ต่อเจ้าพนักงานที่ดินแทนโจทก์จนเสร็จการ การที่โจทก์พิมพ์ลายนิ้วมือโดยมีพยานรับรอง 2 คน จึงเป็นการสมบูรณ์ ถือเสมอกับการลงลายมือชื่อ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 9 วรรคสอง และตามมาตรา 822 การที่โจทก์กล่าวอ้างว่าลงลายนิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจโดยมิได้กรอกข้อความ ทั้งมอบสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนให้จำเลยที่ 1 ไป แสดงถึงความประมาทเลินเล่อของโจทก์ เมื่อจำเลยที่ 1 กรอกข้อความลงในหนังสือมอบอำนาจนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ของโจทก์และนำไปแสดงต่อบุคคลภายนอกคือจำเลยที่ 2 จนจำเลยที่ 2 หลงเชื่อว่าโจทก์มอบอำนาจเช่นนั้นจริง โจทก์จะยกความประมาทเลินเล่อของตนขึ้นเป็นข้ออ้างเพื่อเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินที่จำเลยที่ 2 รับโอนโดยสุจริตหาได้ไม่ เว้นแต่โจทก์จะนำสืบให้เห็นถึงความไม่สุจริตของจำเลยที่ 2
________________________________

โจทก์ฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาว่า โจทก์และนายสมจิตร สามีโจทก์ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 61548 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคม 2541 ขณะโจทก์ต้องโทษจำคุก อยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง จำเลยที่ 1 รับจะเลี้ยงดูเด็กชายสมปอง บุตรโจทก์ คิดค่าเลี้ยงดูเป็นเงิน 40,000 บาท โดยให้โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายสมจิตรเพื่อรับโอนที่ดินดังกล่าวให้เป็นของโจทก์เสียก่อน แล้วให้จำเลยที่ 1 นำที่ดินไปเป็นหลักประกันการกู้เงินจำนวน 40,000 บาท จากนางชูศรีเพื่อนำเงินมาเป็นค่าเลี้ยงดูบุตรโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 จัดพิมพ์หนังสือมอบอำนาจและนำแบบพิมพ์หนังสือมอบอำนาจที่ยังไม่ได้กรอกข้อความมาให้โจทก์พิมพ์ลายนิ้วมือ ต่อมาจำเลยทั้งสองร่วมกันฉ้อฉลโจทก์ โดยหลังจากศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกแล้ว เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2541 จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย แล้วจำเลยทั้งสองนำหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์พิมพ์ลายนิ้วมือไว้ พิมพ์ข้อความโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจไปขายฝากที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 โดยโจทก์มิได้ยินยอมและไม่เป็นไปตามความประสงค์ของโจทก์ โดยแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการให้จดทะเบียนนิติกรรมสัญญาขายฝาก หลังจากโจทก์พ้นโทษจึงแจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันไถ่ที่ดินซึ่งขายฝากและส่งมอบโฉนดที่ดินคืนโจทก์ แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมสัญญาขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 61548 หากจำเลยทั้งสองเพิกเฉย ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง และห้ามมิให้จำเลยทั้งสองเข้าไปยุ่งเกี่ยวในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์

          จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

          จำเลยที่ 2 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง
          ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 61548 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ฉบับลงวันที่ 11 กันยายน 2541 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนการขายฝากดังกล่าว หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท

          จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
          โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้นำหนังสือมอบอำนาจซึ่งโจทก์ลงลายพิมพ์นิ้วมือไปจดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทของโจทก์ให้แก่จำเลยที่ 2 ตามสำเนาหนังสือสัญญาขายฝากที่ดิน และสำเนาโฉนดที่ดิน ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 61548 พร้อมสิ่งปลูกสร้างจากจำเลยที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า ตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจ ด้านหลัง มีนายณัฐพลเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ 5 ลงลายมือชื่อรับรองว่าเป็นลายพิมพ์นิ้วหัวแม่มือซ้ายของนางวิมลโจทก์ ที่พิมพ์ลงในหนังสือมอบอำนาจจริง และมีเจตนาในการทำนิติกรรมดังกล่าว โดยนายณัฐพลลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน และในวันเดียวกันก็มีหนังสือมอบอำนาจอีกฉบับหนึ่งซึ่งรับรองโดยนายณัฐพลเช่นเดียวกัน แต่เป็นการมอบอำนาจให้ไปจดทะเบียนรับโอนมรดกเฉพาะส่วนพร้อมสิ่งปลูกสร้างตลอดจนให้ผู้รับมอบอำนาจให้ถ้อยคำต่าง ๆ ต่อเจ้าพนักงานที่ดินแทนโจทก์จนเสร็จการ การที่โจทก์พิมพ์ลายนิ้วมือโดยมีพยานรับรอง 2 คน จึงเป็นการสมบูรณ์ ถือเสมอกับการลงลายมือชื่อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9 วรรคสอง และตามมาตรา 822 บัญญัติว่า ถ้าตัวแทนทำการอันใดเกินอำนาจตัวแทน แต่ทางปฏิบัติของตัวการทำให้บุคคลภายนอกมีมูลเหตุอันควรจะเชื่อว่าการอันนั้นอยู่ภายในขอบอำนาจของตัวแทนไซร้ ท่านให้ใช้บทบัญญัติมาตราก่อนนี้เป็นบทบังคับ แล้วแต่กรณี กล่าวคือ ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งเป็นตัวแทนของตนตามมาตรา 821 การที่โจทก์กล่าวอ้างว่าลงลายพิมพ์นิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจโดยมิได้กรอกข้อความ ทั้งมอบสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนให้จำเลยที่ 1 ไป แสดงถึงความประมาทเลินเล่อของโจทก์ เมื่อจำเลยที่ 1 กรอกข้อความลงในหนังสือมอบอำนาจนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ของโจทก์และนำไปแสดงต่อบุคคลภายนอกคือจำเลยที่ 2 จนจำเลยที่ 2 หลงเชื่อว่าโจทก์มอบอำนาจเช่นนั้นจริง โจทก์จะยกความประมาทเลินเล่อของตนขึ้นเป็นข้ออ้างเพื่อเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินที่จำเลยที่ 2 รับโอนโดยสุจริตหาได้ไม่ เว้นแต่โจทก์จะนำสืบให้เห็นถึงความไม่สุจริตของจำเลยที่ 2 ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8845/2542 ระหว่าง นายแสวงโจทก์ นายเชิดกับพวก จำเลย

          ปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยที่ 2 กระทำการโดยไม่สุจริตหรือไม่ จำเลยที่ 2 ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 ซึ่งบัญญัติว่า ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต โจทก์จึงต้องนำสืบให้เห็นถึงความไม่สุจริตของจำเลยที่ 2 ซึ่งในเรื่องนี้โจทก์เบิกความว่า จำเลยที่ 2 มีอาชีพปล่อยเงินให้กู้ จำเลยที่ 1 ได้บอกพยานว่าเงินค่าร้องขอตั้งผู้จัดการ

มรดกของสามีพยานนั้นจำเลยที่ 2 เป็นคนออกเงินให้ จึงต้องขายฝากที่ดินพร้อมบ้านเป็นเงิน 300,000 บาท นำไปกินใช้และเลี้ยงดูเด็กชายสมปอง นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังเล่าให้พยานฟังอีกว่าจำเลยที่ 2 ส่งเสียเงินให้จำเลยที่ 1 และไป ๆ มา ๆ หาจำเลยที่ 1 แต่ขณะนี้จำเลยที่ 2 ไปมีภริยาใหม่แล้วแต่ก็ยังส่งเสียอยู่ เดิมจำเลยที่ 1 บอกจำเลยที่ 2 ว่าพยานมอบอำนาจให้มากู้เงิน 40,000 บาท แต่จำเลยที่ 2 อยากได้ที่ดินจึงบอกให้ขายฝาก 300,000 บาท จำเลยที่ 2 มาหาพยานที่บ้านบอกให้พยานขายที่ดิน แต่พยานไม่ยอมขาย จำเลยที่ 1 เคยเล่าให้พยานฟังว่าจำเลยที่ 2 จะยกที่ดินพิพาทตามฟ้องให้หากพ้นกำหนดการไถ่ถอนการขายฝาก แต่ก็ไม่ยกให้เสียแล้ว แสดงว่าร่วมกันหลอกลวงพยาน เห็นว่า ทางนำสืบของโจทก์ดังกล่าวเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ โดยปราศจากหลักฐาน ทั้งยังปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เคยเล่าให้โจทก์ฟังแล้วว่าจำเลยที่ 2 จะยกที่ดินตามฟ้องให้หากพ้นกำหนดการไถ่ถอนการขายฝาก จึงเป็นการแสดงอยู่ในตัวว่าโจทก์ทราบแล้วว่ามีการขายฝาก พฤติการณ์ดังกล่าวตามที่โจทก์นำสืบจึงไม่อาจหักล้างข้อสันนิษฐานในเรื่องของความสุจริตของจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 6 ได้

          ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์พิมพ์ลายนิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปหลายฉบับโดยเจตนาพิมพ์เพื่อให้จำเลยที่ 1 มีอำนาจนำที่ดินพิพาทไปวางประกันเงินกู้ตามที่ตกลงกันเท่านั้น จำเลยที่ 1 ทราบถึงเจตนาของการมอบอำนาจของโจทก์ดีแล้ว แต่จำเลยที่ 1 กลับนำแบบพิมพ์หนังสือมอบอำนาจเปล่าไปจัดการพิมพ์ข้อความเปลี่ยนเจตนาของโจทก์จากการมอบอำนาจให้นำที่ดินไปวางเป็นหลักประกันเป็นการมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 มีอำนาจทำสัญญาขายฝากที่ดินโดยปราศจากอำนาจ เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของโจทก์ โดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมเกี่ยวข้อง และที่โจทก์ฎีกาว่า แม้สำเนาหนังสือมอบอำนาจจะมีลายพิมพ์นิ้วมือของโจทก์และมีพยานลงลายมือชื่อรับรอง 2 คน ทั้งมีนายณัฐพล เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ 5 ลงลายมือชื่อรับรองไว้ก็ตาม ก็มิได้หมายความว่าหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวมีข้อความครบถ้วนสมบูรณ์หรือบังคับใช้ตามกฎหมายได้แต่อย่างใดนั้น เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงดังกล่าวจะเป็นไปตามที่โจทก์ฎีกาก็ตาม แต่ก็หาอาจต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตหาได้ไม่ ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่กล่าวแล้วข้างต้น เว้นแต่บุคคลภายนอกจะกระทำการโดยไม่สุจริตเท่านั้น ซึ่งศาลฎีกาก็ได้วินิจฉัยไปแล้ว ส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ ของโจทก์นั้นไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงผลทางคดีแต่อย่างใด จึงไม่จำต้องวินิจฉัย คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น”

          พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

( สมศักดิ์ อเนกพุฒิ - ศิริชัย จิระบุญศรี - ศุภชัย สมเจริญ )

         

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 9 เมื่อมีกิจการอันใดซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ บุคคลผู้จะต้องทำหนังสือไม่จำเป็นต้องเขียนเอง แต่หนังสือนั้นต้อง ลงลายมือชื่อของบุคคลนั้น
ลายพิมพ์นิ้วมือ แกงได ตราประทับหรือเครื่องหมายอื่นทำนอง เช่นว่านั้นที่ทำลงในเอกสารแทนการลงลายมือชื่อ หากมีพยานลงลาย มือชื่อรับรองไว้ด้วยสองคนแล้วให้ถือเสมอกับลงลายมือชื่อ
ความในวรรคสองไม่ใช้บังคับแก่การลงลายพิมพ์นิ้วมือ แกงได ตราประทับหรือเครื่องหมายอื่นทำนองเช่นว่านั้น ซึ่งทำลงในเอกสาร ที่ทำต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา 821 บุคคลผู้ใดเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี รู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน

มาตรา 822 ถ้าตัวแทนทำการอันใดเกินอำนาจตัวแทน แต่ทางปฏิบัติของตัวการทำให้บุคคลภายนอก มีมูลเหตุอันสมควรจะเชื่อว่า การอันนั้นอยู่ภายในขอบอำนาจของตัวแทนไซร้ ท่านให้ใช้บทบัญญัติ มาตรา ก่อนนี้เป็นบทบังคับ แล้วแต่กรณี

       


จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามข้อสันนิษฐานของกฎหมาย
การฟ้องคดีล้มละลาย โจทก์อาจอ้างว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตวตามความเป็นจริง หรือตามข้อสันนิษฐานของกฎหมายก็ได้ ในกรณที่โจทก์ฟ้องโดยอ้างข้อสันนิษฐานของกฎหมาย โจทก์ก็มีหน้าที่เพียงนำสืบให้ต้องด้วยข้อสันนิษฐาน ถ้าโจทก์สืบไม่ได้ก็ถือไม่ได้ว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามข้อสันนิษฐานของกฎหมาย ศาลก็ต้องยกฟ้อง แต่ถ้าโจทก์ฟ้องโดยอ้างว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามข้อสันนิษฐานของกฎหมายและตามความเป็นจริงด้วย
http://www.peesirilaw.com/พระราชบัญญัติล้มละลาย/การฟ้องคดีล้มละลาย.html

 


ลูกจ้างจะต้องเลือกใช้สิทธิทางใดทางหนึ่ง
ให้ลูกจ้างจะต้องเลือกใช้สิทธิทางใดทางหนึ่งระหว่างใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลแรงงานหรือจะยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานก็ได้แต่เพียงทางเดียว จะใช้สิทธิพร้อมกันทั้งสองทางไม่ได้ การที่โจทก์ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะนำคดีไปฟ้องศาลแรงงานอีกจนกว่าการดำเนินการของพนักงานตรวจแรงงานจะสิ้นสุด
http://www.peesirilaw.com/กฎหมายแรงงาน/ลูกจ้างจะต้องเลือกใช้สิทธิทางใดทางหนึ่ง.html

 

 

มีเส้นทางอื่นออกไม่ตัดสิทธิขอคุ้มครองประโยชน์
การร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยเปิดทางพิพาทชั่วคราวก่อนศาลพิพากษาเป็นการขอเพื่อจัดให้มีวิธีคุ้มครองอย่างหนึ่ง การที่โจทก์สามารถใช้เส้นทางอื่นออกไปสู่ทางสาธารณะได้นั้น หาตัดสิทธิของโจทก์ในการที่จะร้องขอให้ศาลมีคำสั่งใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาไม่ เพราะโจทก์ฟ้องว่ายังมีสิทธิที่จะใช้ทางพิพาทออกไปสู่ทางสาธารณะได้อีกทางหนึ่งด้วย กรณีจึงมีเหตุที่โจทก์จะขอให้ศาลมีคำสั่งใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ได้
http://www.peesirilaw.com/ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง/สิทธิขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราว.html

 

 

พิพากษายกฟ้องโดยผู้พิพากษาคนเดียว
ความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลชั้นต้นต้องมีผู้พิพากษาอย่างน้อยสองคนจึงเป็นองค์คณะที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลจังหวัด ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยผู้พิพากษาคนเดียวเป็นผู้พิจารณาพิพากษาคดี จึงเป็นการไม่ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
http://www.peesirilaw.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538794868&Ntype=58

 

 

สิทธิบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด
จำเลยมีหนังสือชี้แจงความคืบหน้าโครงการอาคารชุดถึงโจทก์ระบุว่า จำเลยคาดว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างห้องชุดให้แล้วเสร็จและแจ้งการรับโอนกรมสิทธิ์ห้องชุดได้ในไม่ช้านี้แสดงว่าจำเลยก่อสร้างห้องชุดไม่แล้วเสร็จภายในปีที่กำหนด จำเลยยังไม่พร้อมที่จะแจ้งการรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยก่อสร้างห้องชุดพิพาทไม่แล้วเสร็จภายในปีที่กำหนดในสัญญา จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทได้
http://www.peesirilaw.com/นิติกรรม/สิทธิบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด.html

 

 

สัญญาที่ทำขึ้นโดยไม่มีเจตนาแท้จริงให้ผูกพันกัน
สัญญาซื้อขายบ้านและที่ดินพิพาทเป็นสัญญาที่ทำขึ้นโดยไม่มีเจตนาแท้จริงให้ผูกพันกัน เป็นการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กันระหว่างโจทก์และจำเลย เพื่อให้โจทก์นำที่ดินและบ้านพิพาทไปจำนองเป็นประกันหนี้กู้ยืมต่อธนาคาร และให้จำเลยทำสัญญาเช่าเพื่อเป็นประกันการผ่อนชำระหนี้แก่ธนาคาร สัญญาซื้อขายและสัญญาเช่าดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2952/2554)
http://www.peesirilaw.com/นิติกรรม/แสดงเจตนาลวง-นิติกรรมอำพราง.html
http://www.peesirilaw.com/เกี่ยวกับกฎหมาย/สำนักงานทนายความ-รับปรึกษากฎหมาย-0859604258.html

 

 


ห้ามทำการเป็นทนายความ  นักโทษด้วยกันเรียงอุทธรณ์ให้
ถ้าจำเลยซึ่งเป็นตัวความจะทำฟ้องอุทธรณ์ด้วยตนเอง นำมายื่นต่อศาลย่อมทำได้ไม่มีอะไรห้าม การที่จำเลยให้ผู้ต้องขังชายบุญรอดซึ่งต้องขังอยู่ในเรือนจำทำแทนให้ และลงลายมือชื่อไว้ทั้งในช่องผู้เรียงและผู้พิมพ์เป็นการให้เห็นได้อยู่ในตัวตามถ้อยคำ กล่าวคือว่าอุทธรณ์ของจำเลย ดังกล่าวมีผู้ต้องขังชายบุญรอดเป็นผู้แต่ง เพราะคำว่า "แต่ง" กับ "เรียง" นั้น ตามพจนานุกรมมีความหมายเหมือนกัน จึงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 33
http://www.peesirilaw.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538681919&Ntype=41

 

ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ 0859604258  *  www.peesirilaw.com  *


 




นิติกรรมสัญญา

ที่ดินสาธารณะเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์ห้ามซื้อขาย
สิทธิบอกล้างสัญญาระหว่างสมรส
มีที่ดินแต่ไม่มีเครดิตจะกู้เงินธนาคารจึงใช้ชื่อบุคคลอื่น
ผิดสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก
ผลของการบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขาย
ข้อสัญญาว่าผู้ว่าจ้างไม่เรียกร้องค่าเสียหาย
จำเลยต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์เพียงใด
สัญญาเช่าซื้อผู้ให้เช่าซื้อต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
สัญญาจะซื้อขายที่ดินผู้เยาว์ต้องขออนุญาตศาลด้วย
สัญญายอมความกับคำมั่นว่าจะให้
การตีความการแสดงเจตนา
การใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาไม่ชอบ
สัญญาแบ่งเงินรางวัลผู้แจ้งเบาะแส
ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้
สัญญาจำนองตกเป็นโมฆะ
คำมั่นว่าจะไถ่ถอนจำนองหรือมอบเงินแทน
บุคคลสิทธิระหว่างคู่สัญญาใช้บังคับได้
ข้อตกลงยกที่ดินให้ต่อหน้านายอำเภอ
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ส.ป.ก. 4-01
เข้าทำกินต่างดอกเบี้ยในที่ดินส.ป.ก.4-01
สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก
สัญญายินยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน
สัญญาจำนองเป็นโมฆะ
สัญญาให้ทรัพย์สินหรือคำมั่นว่าจะให้
สัญญาจะซื้อจะขาย
โอนที่ดินตามใบมอบอำนาจ article